ลุย

 

เช้ามืด...

ท้องฟ้าเบื้องนอกยังเป็นสีฟ้าเข้มหนัก หากดวงดาวเริ่มลับลา

บนมุมตึกที่เห็นอยู่ลิบๆ โน่น มีสีเหลืองอ่อนแต้มแต่ง

 

ก่อนอื่น สงสัยผมจะต้องแก้เรื่องของตั๋งเสียก่อน

เพราะทางออก น่าจะสำคัญ

 

...ถ้าตั๋งเคยมองเห็นผมครั้งหนึ่ง มองเห็นอีกครั้งไม่น่าจะยากอะไร

ยิ่งเจ้าตัวชอบมาตอนเช้ามืด ทำให้เรื่องยิ่งง่าย

หากก็มีปัญหา คือขอม

 

ขอมมองไม่เห็นผม เพราะฉะนั้น นอกจากจะทำให้สมาธิของผมลดลงแล้ว ยังทำให้เรื่องแดงได้ง่าย

ผมยังไม่อยากกลายเป็นผีไปจริงๆ นี่นา

 

แต่ยังไง ขอมก็กลัวผีเป็นทุนอยู่แล้ว เอาเป็นว่า...

ผมร่างแผนการ และรอคอย

 

ประตูเปิดออก สองร่างเดินเข้ามาแล้ว ร่างสูงโย่ง กับร่างเล็กของขอมกับตั๋ง

ผมตั้งสมาธิเต็มที่ แล้วเคลื่อนไปที่รางชอล์ก

ต้องรอดูท่าทีก่อน หากว่าใช้ได้ ก็ไม่ค่อยอยากจะทำเลย โกหกไม่ใช่เรื่องดี

...สร้างบาปเสียด้วย

จากตอนที่ทำการทดลอง คิดว่าแผนนี้คงจะสำเร็จ

 

เฮ้ยไอ้ขอม การบ้านเลขเสร็จรึยัง

ตั๋งถามพลางกดสวิตช์ไฟ

โธ่เอ๊ย ไอ้นี่ ไม่รู้จักวินัยเอาเลยเว้ย เสร็จแล้ว

ขอมทำหน้าหยันเย้ย

ข้าจะทำก็ทำได้ แต่ง่ายยังงั้น ทำไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา ทำไมต้องทำซ้ำๆกันทุกข้อที่มีในเล่มวะ

ตั๋งบ่น คล้ายจะโว แล้วก็ดึงกระเป๋าขอมมาเปิดหน้าตาเฉย

ตอนนี้ไม่มีอารมณ์ ขอแบบกึ่งสำเร็จก่อนละกัน

 

 ขอมทำหน้าเชิด สะบัด ด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่า

ไม่มีระเบียบวินัยเอาซะเลย เอ็งง่ะ ข้าจะไปกินข้าวแล้วนะเว้ย

เออๆ ตั๋งตอบอย่างไม่มีเยื่อใย

 

ผมน่าจะไม่ต้องใช้แผน... ค่อยยังชั่ว

 

เดี๋ยว ไอ้ขอม

ตั๋งเรียก ก่อนที่ร่างผอมยาวจะเดินออกจากห้อง

 

เอ็งทำการบ้านผิดหน้า

ขอมกระพริบตา

เอ็งหลอกข้า

 

มือแข็งแรงยกหนังสือขึ้นแกว่ง

เลขหน้ามันสับกะที่จดไว้ จดเองลืมเองเลยนะ

 

ขอมร้องโหยหวน

ม่ายยยยย... เอามานี่เลย อดกินข้าวเช้าแน่แล้วเว้ย

มือยาวคว้าสมุดการบ้านจากโต๊ะ วิ่งไปนั่งทันควัน

รอลอกคนอื่นเขาก็ได้ ไอ้ขอม

หัวอเมริกันลานบินโคลงอย่างอ่อนใจ

 

ไม่! ข้าจะไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของคนอื่น ตอนนี้ที่บ้านข้าก็ใช้เวิร์ดจุฬา ใช้วินโดว์เถื่อนเดี๋ยวบิลล์ เกทเจ็บช้ำน้ำใจ รายได้ลดตั้งไมโครเปอร์เซ็นต์ต่อชั่วโมงเลยนะเว้ย

 

...มิน่า รายงานของขอมถึงหน้าตาเหมือนออกมาจากพิมพ์ดีดไฟฟ้าทุกครั้ง

เป็นความคิดที่ละเอียดอ่อนและน่าชื่นชมมาก...

แต่ขอม... มันจะสว่างแล้วนะ เวลาเราเหลือน้อย มาคิดทำไมตอนนี้(วะ)

 

ผมตัดสินใจดำเนินการตามแผน

เริ่มจากกดสวิตช์ไฟปิดดวงหนึ่ง เหลือไฟแค่สลัว

ปิดหมดเดี๋ยวตั๋งจะเห็นตัวผมก่อน

ทั้งคู่เงยหน้า

 

รางชอล์กที่มีฝุ่นจับหนา จึงสะเทือนเลื่อนลั่นด้วยมือที่มองไม่เห็น

ร่างเก้งก้างลุกขึ้นยืน เหลียวซ้ายแลขวาพัลวัน

 

ผมตั้งสมาธิเต็มที่ แล้วปัดกล่องชอล์กราดลงบนมืออีกข้างทันที

 

ฝุ่นชอล์กหนา จับแน่นเป็นรูปมือ ติดอยู่ที่มือของผม

... ใช้ได้แฮะ

 

เพราะตอนนี้ ภาพที่ทั้งคู่เห็น น่าจะเป็นฝุ่นชอล์กที่จับเป็นรูปมือ ลอยค้างอยู่กลางอากาศ

 

ขอมหัวเราะเบาๆ แล้วมองไปข้างนอกห้อง

...ฟ้ายังสาง ไม่สว่างดี

อ...เอ๊ย

ผมตัดสินใจวาดมือเป็นวงเหมือนวาทยากร ก้าวสืบไปหาตัวขอม ผงชอล์กร่วงปลิวตามหลัง

คงเหมือนหนังผีสักเรื่องนั่นล่ะน่า...

 

มือยาวปัดวาดเปะปะ จนปาดไปโดนปลายนิ้วนางของผมเข้า

มันเลยผ่านไป แต่ผงชอล์กฟุ้งกระจุยเพราะแรงปัด ไม่เกาะนิ้ว

 

อ่า...ดูคล้ายๆ นิ้วนางขาดแฮะ

 

อ๊ากกกกกกกกกกกก

ปากกว้างแหก ส่งเสียงกรีดร้องลั่น ดวงตาโตเบิ่งแทบถลน ขายาวท้งคู่พาเจ้าของวิ่งออกไปจากห้องทันที

 

มือผมหันมาทางตั๋ง ที่ยืนนิ่งอยู่

 

ร่างนั้นโผนปราดเช่นกัน แต่ไม่ได้ออกจากห้อง

หากเอามือตบเต็มแรงที่หลังมือของผม ผงชอล์กฟุ้งตลบ

มือนั้นไม่เลยผ่านไป

 

เป็นผีแล้วอย่าคิดว่าจะกลัว

ตั๋งประกาศ ออกมาสู้กันหน่อยเป็นไง

 

ผมเห็นว่าได้ที ก็เดินไปปิดไฟดวงสุดท้ายในห้อง

ในแสงสลัว ผมตั้งสมาธิ วาดโครงร่างอย่างที่เบสเคยสอน แต่หนักแน่นกว่า ทุ่มสมาธิลงไปมากกว่า