รับ

 

พุ่มไม้ขยับไหวเสียงแกรกกราก

บางสิ่งผกโผขึ้นสู่ผืนฟ้าสีหมึก

 

ขนนกสีดำปลอดเส้นหนึ่ง ร่วงลงสัมผัสแทบเท้าของวิญญาณสาว

เฮ้อ... กานั่นเอง

ผมอุทานอย่างโล่งอก อย่างที่บอกละครับ เป็นผี กับกลัวผี มันคนละเรื่องกัน

 

หากอรพิจารณาขนนกเส้นนั้นนิ่ง... นาน แล้วเหน็บไว้กับเอว

ยอด

อรหันมาหาผม

เราลืมของที่จะเอาไปให้ท่านบดีน่ะ เดินกลับไปด้วยกันก่อนเถิด

ผมตอบตกลง เดินย้อนไป

และเพราะบทสนทนาสั้นๆนี้ ทำให้ความเงียบถูกทำลาย

ผมกล้าถาม

 

เอ่อ... เรื่องของคุณสตี ผมยังไม่เข้าใจดีเลยครับ ทำไมเราต้องสนใจในความสุขของตัวเอง จนเมินเฉยความทุกข์ของเพื่อน ถ้าเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ เราก็ต้องสุขทุกข์ไปด้วยกันสิครับ

 

เสียงหรีดหริ่งเรไรชะงักไปนิดหนึ่ง แทบจับสังเกตไม่ได้

 

อรไม่ตอบ แต่ถามกลับ

คุณเคยอ่านหนังสือธรรมะใช่ไหม

ผม พยักหน้าตอบ แม้ว่าจะเป็นคนที่เคร่งครัดในกฎขนาดไหน หนังสือธรรมะก็ไม่เคยอยู่ในรายการที่ผมจะหยิบมาอ่าน แต่ถึงอย่างนั้น ทางโรงเรียนก็ออกหนังสือนอกเวลามาบังคับให้อ่านบ้าง ไม่ได้ร้างไปเสียทีเดียว

 

คุณเห็นด้วยว่ามันถูกทั้งหมด และเป็นหลักการที่ควรปฏิบัติตามใช่ไหม อรถามอีก

คราวนี้ผมลังเลเล็กน้อย เริ่มเห็นคำตอบรำไร

ใช่ครับ แต่...

 

ทำได้ไม่หมด อรต่อให้ และคราวนี้ผมมั่นใจว่าไม่ได้เกิดจากการอ่านใจ

ทางสายกลาง ไม่ได้หมายความว่าจะต้องดิ่งอยู่ตรงกลางเสียหน่อย ถ้าอย่างนั้นมันก็ถือว่าตึงอยู่ดี

อรก้าวสืบไปข้างหน้า เสียงแสกสากเบาๆ ตามหลังมา

...คงเป็นเสียงกิ่งไม้เสียดสีกัน

เพื่อน นั้น มีไว้ ร่วมสุขร่วมทุกข์กันได้ เรายอมทนเพื่อคนอื่นได้ แต่ก็มีขอบเขต อย่างการช่วยคนของยอด มันเกินขอบเขตไปด้วยอีกนิด ส่งผลกับคนอื่นด้วย ที่ท่านสตีไม่ได้พูดถึงคงเพราะกลัวยอดเสียใจ

 

ผมสงสัย ยังไงหรือครับ

 

อรยิ้ม เจอส้มรึยัง

คราวนี้ผมชะงัก จริงสิ...

คืนนั้นส้มไม่ได้ร้องไห้เพราะบาดเจ็บหรือหวาดกลัว แต่เพราะเธอคิดว่า เธอคือต้นเหตุที่ทำให้ผมต้องอยู่ในโรงพยาบาล

สำหรับตัวเธอแล้ว เธอคือฆาตกร

มันกรรมของผมเองแท้ๆ...

 

ถ้าผมตายไปจริงๆ คนอื่นอาจจะลืมเรื่องของผมไปในไม่ช้า

ด้วย ว่าเป็นวัยรุ่น อนาคตอันสวยงามรั้งรออยู่ แต่นั่นหมายถึงภาระหนักหนา ทั้งการสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย บางคนคงจะเริ่มทำเรื่องขอทุนในปีหน้า บางคนต้องเตรียมฝึกงาน แล้วก็เข้ามหาวิทยาลัย ทำงาน เติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีครอบครัว เรื่องมากมายรออยู่ให้สะสาง

 

แต่ส้ม... ไม่มีวันลืม...

 

ผมคงคิดว้าวุ่นจนอรสามารถจับคำได้ เพราะอรหยุดพักหนึ่ง หันมายิ้ม

ไม่ต้องห่วง... เธอจักได้แก้ไขในเรื่องนั้น

อรว่า

ไม่ใช่บัตรลดสิทธิพิเศษนักเรียนหรืออะไร แต่เป็นเพราะเจตนา

 

รอยยิ้มของอรปลอบโยน ชุ่มชื่น

ถึงอย่างไรเธอก็ทำไป ไม่ได้เพื่อทำร้ายตัวเอง แต่เพื่อช่วยเพื่อน นั่นยังนับว่าเป็นข้อดี

 

ผมรู้สึกอีกแล้ว... เสียงแสกสากข้างหลัง

วันนี้ลมแปลกเหลือเกิน

 

ในที่สุดก็ถึงที่หมาย

อรก้าวเท้าขึ้นบันไดตึกเรือน ร้องเสียงหวาน เริงรื่น

... แต่ขนของผมลุกชัน

 

ขอโทษค่ะท่าน

อรเคาะประตู

อรมีของฝากมาค่ะ จักเอาไปเก็บไว้ในที่ของอรก่อน ก็มีที่ว่างไม่พอ ท่านช่วยรับไว้หน่อยจักได้ไหมคะ

 

ครู่นั้นเอง ผมได้ยินเสียง ปึ้ง... ดังต่อเนื่อง

นกกาตัวเมื่อกี้ กำลังบินชนอากาศด้วยความแรง พยายามจะบินออกไป แต่เหมือนติดกับขอบกรง

... มันตามมาหรือ ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

จะพามันเข้ามาหรือจะให้ออกไปดูข้างนอกล่ะจ๊ะ

เสียงคุณสตีหวานตอบมา

 

พาเข้าไปไม่ได้ค่ะท่าน มันเกะกะ รบกวนท่านออกมาดูเถิดนะคะ

สิ้นเสียง อรหันมาหานกกาตัวนั้น

รีบเผยตัวเถิด จะได้ตัดสินให้รู้แจ้งกันไปเสียที

สัตว์ตัวนั้นผินหน้ามา เมื่อเห็นว่าไม่มีทางหนี มันก็โฉบลงหาอรด้วยความเร็วสูง

อรเคลื่อนตัวหลบ

นกการ่อนลงกับพื้น ก่อนจะกลายร่างเป็นวิญญาณชายหนุ่มรูปร่างคล้ำใหญ่ในชุดสีเขียวขี้ม้า

ลำแขนบึกบึนสองข้างแกร่งเกร็งหยัดพื้นเหมือนกระทิงบ้า

เจ้าเก่าขาประจำ

 

นายทหารที่มีเค้าหน้าว่าเป็นคนมั่นคงมีอุดมการณ์ขบกรามกรอด สะบัดศีรษะ

น้ำลายเฟิ้มยืดย้อยลงรดพื้นเป็นสีแดงข้นด้วยมูกเลือดปน ดวงตาแดงก่ำ

 

นายพลให้มาทักทาย

เสียงคราดครืดเหมือนกับมีของเหลวค้างอยู่ในหลอดลมดังกระท่อนกระแท่น

มาบอกว่า อีดาลัดยังอยู่ดีมีสุข

คุณสตีกับคุณบดีเดินเข้ามา หากไม่เข้ามาขัดขวางบทสนทนา

 

อรเปลี่ยนโหมดทันควัน

ดี ขอบคุณสำหรับข่าว

น้ำเสียงหวาน เย็นจัด

ผมตัวสั่นนิดๆ ด้วยอากาศโดยรอบเย็นตัวลงเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

ฝากกลับไปบอกด้วย ว่าเรายังค้างสนทนากันอยู่

ผมไม่กล้าสบตาอรยามนี้เลย

 

ไปบอกเองน่าจะดีกว่า คุณพูหยิง

อสูรร้ายสำรอก

เดี๋ยวจะพาไปด้วยอยู่แล้ว

 

ขนกาแต่ละเส้นยืดยาวออก ก่อนจะแผ่ขยายกลายเป็นด้ายดำจำนวนนับไม่ถ้วน

บางเส้นมัดอรเอาไว้ แล้วค่อยๆ เปล่งแสงช้าๆ

 

อรยังคงนิ่ง ยิ้ม

ไยเหนียวเหล่านั้นเหี่ยวแห้งลงทันตา

 

อรคนเดียว คาดว่าจะจัดการไม่หมดค่ะท่าน

อรหันไป ใช้โอกาสขณะที่ไยนั้นยืดยาวออกไปอีกพูด

 

ถึงได้นำมาฝากท่าน ให้เป็นเครื่องออกกำลังกายด้วยอย่างไรล่ะคะ

แกนขนกามอดไหม้ไปแล้วเพราะสัมผัสของอร แต่ขนสีดำตอนนี้ยืดออกด้านข้าง

สะบัดพลิ้ว แขนปรากฎ หัวปรากฏ บิดกายโยกราวกับเจ็บปวดแสนสาหัส

 

ท่านสตีเอามือล้วงในกระเป๋าถือข้างกาย

มือเรียวบางหยิบเอาถุงเล็กๆ สีสดออกมา

หวังว่าน้าคงจะไม่ก่อกรรมมากนักนะ เฮ้อ... ไม่ช่วยได้ยังไงละเนี่ย อุตส่าห์พามาถึงถิ่น

เล็บสีสดปลดปากถุง รูดเปิด เทผงละเอียดลงในฝ่ามือ

 

หลับตา กำ...แล้วสาดผงที่เรืองแสงนั้น ใส่ผีร้ายทันที

 

เงาดำสี่ห้าตัวกรีดร้องแล้วสูญหายไป

หึ... เข้ามาอีกก็ได้นะจ๊ะ

คุณสตียกมือปิดปากหัวเราะ นุ่มนวล

 

หากอารามประมาท เงาสองตัวเคลื่อนกายไปด้ายใต้พุ่มเข็ม

กระหวัดข้อเท้าบาง แล้วกระชากรุนแรง

 

แม้จะเก่งกาจเพียงใด หากคุณสตีอยู่บนรองเท้าส้นเข็ม ซึ่งยากต่อการทรงตัวในทุกกรณี

ร่างระหงซวน ศรีษะทุยได้รูปร่วงตรงไปที่ราวระเบียง

ที่นั่น เงาดำม้วนตัว บิดเป็นเข็มแหลมใหญ่รออยู่ก่อนแล้ว

ใกล้... เกือบสัมผัส

มือใหญ่คว้ารับไว้ได้ทัน เลือดทิพย์หยดเล็กๆ ซึมซิบที่หลังมือ

 

ท่านบดีปรากฏร่างกลางพุ่มเข็ม ปลายกิ่งไม้คมเสียดผิวน่าเจ็บไม่น้อย

หากใบหน้าคร้ามเข้มไม่สนใจสิ่งใด นอกจากร่างระหงที่ตระกองไว้ราวกับมณีล้ำค่า

เสื้อผ้าของท่านไม่ใช่ชุดสูทชั้นดีอีกต่อไป หากเป็นเสื้อโบราณลงเลขยันต์แน่นหนาด้วยอาคม

อวดผิวตึงแน่นอันเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น หากแสดงถึงความแข็งแกร่งอย่างชายชาตรี

บนศีรษะมีมงคลผูกเห็นเป็นสีขาววับ

แขนอุดมด้วยมัดกล้ามวางร่างบอบบางที่ยังงวยงงลงอย่างอ่อนโยน

 

เมื่อเผชิญหน้า โหนกแก้มและใบหูของท่านผู้ใหญ่แดงก่ำ ปลายหนวดระริกสั่นด้วยแรงอารมณ์

ดวงตาวับวาว แรงโรจน์

พวกเองเล่นเกินเลยไปแล้ว

เสียงนั้นแน่น หนัก เข้มแข็ง

ถึงเหยียบบนหัวข้า หน้าไหนข้าก็ข่มขันตีได้ แต่หากเองสัมผัสเมียข้าแม้ปลายก้อย...

คิ้วเข้มเป็นปีกขมวดเข้าหากันแน่น คำประกาศิตดังราวกับจะประกาศให้รู้ถึงดวงดาวบนฟ้าลิบลิ่ว

...พวกเองต้องชดใช้ด้วยชีวิต!!

 

แสงวับวาบปรากฏกลางแผ่นหลังเปลือยปลาบ ดวงแก้วขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น

ท่านบดีเหยียดมือทั้งสองไปด้านหลัง กำด้ามขวานเรืองรองไว้ทั้งซ้ายขวา ก่อนเหวี่ยงออกไป

 

ตายเสีย!

กลุ่มเงาทั้งหลายกลายกลับเป็นเส้นขนไปสิ้น ด้วยการเหวี่ยงตวัดเพียงครั้งเดียว

วิญญาณร้ายตนนั้นรีบแปลงเป็นกาบินหนีไป

 

ผมได้แต่กระพริบตาปริบ

...ง่ายขนาดนี้เลยหรือ

ขอบคุณท่านทั้งสองมาก ที่ช่วยกำจัดวิญญาณร้ายตนนี้ให้

 

หามิได้ แม่อรอุตส่าห์พามาขอความช่วยเหลือ

เสียงมั่นคงนั้นทำให้ผมอึ้งอีกครั้ง

เท่ระเบิดไปเลย... ท่านบดี

 

ปลายเล็บสีสดตวัดบิดเข้าที่ปลายหูจนร่างสูงใหญ่กำยำผงะหงาย  เสียงอ่อนๆ โอดกาเหว่าลั่น

โอ๊ย... อย่าจ้ะเมียจ๋า พี่เจ็บ...

ความเท่ละลายหายลงดินทันตาเห็น

 

นี่ แน่ะ บอกแล้วไงคะ ว่าอย่าเที่ยวปรากฏร่างแบบนี้ซี้ซั้ว เราเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ควรจะทำตัวให้เคารพนับถือพร้อมกับก้าวไปตามยุคสมัย อย่าให้ใครมานินทาเอาได้ว่าเป็นพวกโบราณเต่าล้านปี แล้ว ว้าย... ดูนั่นสิ

มือเรียวแตะไล้ไปตามรอยขีดข่วนที่ต้นขา แผ่วเบา นุ่มนวล ห่วงใย

ทำบาปอีกแล้วนะคะ เดี๋ยวก็ได้ลงนรกไปแทนดูแลที่เสียหรอก บ้าจริง

กำปั้นงามทุบอึกลงกลางอกล่ำหนา ก่อนจะนึกได้ ผละมากระแอมเสียงค่อย

หากใบหน้าเรื่อขึ้นมานิดหนึ่ง

 

เอ่อ... โอกาสหน้าถ้ามีอะไรก็มาให้ช่วยๆ กันนะจ๊ะ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงเราจะช่วย

ดวงตาหวานแต่งไว้คมลึกตวัดค้อน

รับรองว่าจะไม่ช่วยถึงขั้นทำร้ายตัวเองอีกหรอกจ้ะ

 

อรกับผมลาจากมาด้วยท่าทีสุภาพ

เสียงโอดเบาๆ กับเสียงหวานปนเขียวน้อยๆ ยังลอยมาตามสายลม

 

เหตุการณ์คืนนี้ สอนให้ผมรู้ว่า

เหนือฟ้า ยังมี... ภรรยาฟ้า

จริงๆ เสียด้วย

 

แสงอรุณเริ่มเรืองที่ขอบฟ้า

คงประมาณตีสี่ตีห้าได้แล้ว ผมนั่งภาวนาลำพัง

เบสคงยังพักจากเหตุการณ์ความรุนแรงคราวที่แล้ว สะรุดกับเบญหายหน้าไป คงไม่ออกมาพบ

ผมคิดถึงเรื่องที่แอบหนีไปถามเพชรก่อนหน้านี้

 

อะไรนะ

เพชรเอามือขยับแว่น คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปเรืองแสง ลอยอยู่ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

ชีวิตท่านบดีกับสตีเหรอ ไม่รู้สิ รอแป๊บ

มือสองข้างพิมพ์ระรัว แล้วก็ละมาเกาหัวอย่างหงุดหงิด

โอ๊ย... เวลาเที่ยงคืนแบบนี้คนแอสเซสเยอะชะมัด ทำไมไม่รู้จักไปใช้เอดีเอสเอลของโลกมนุษย์กันบ้าง จะได้ลดภาระของเครือข่ายนี้ ขนาดนี่ใช้เวบไซด์ของทางโรงเรียนแล้วนะ

 

ผมเคยฟังภาษาไทยไม่ออกมาแล้วนับไม่ถ้วนครั้ง

... นี่เป็นอีกครั้งหนึ่ง

เอ้า เจอแล้ว

เพชรพูด

ท่านบดี และท่านสตี ชื่อเดิมยามเป็นมนุษย์ไม่ปรากฏ มีตำแหน่งครองอาณาบริเวณโดยรอบโรงเรียนมาตั้งแต่ก่อนก่อตั้ง ดูแลเจ้าเรือนแปดตน และกลุ่มวิญญาณปกครองตนเองหนึ่งกลุ่ม

ผมเงี่ยหูรอฟังต่อ

แค่เนี้ยะ

เพชรพูด ผมกำลังจะคิดว่าเขาพูดกับผม

แค่ เนี้ยะ... รายละอ่งละเอียดไม่มี ทำเว็บไซด์ประสาอะไรกัน เดี๋ยวก็แฮ็คเข้าไปเขียนใหม่ทั้งระบบแลนเสียหรอก อย่าให้ฟิวส์ขาดนะ แล้วก็ชอบพูดว่า ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ผีกับเทวดาไม่เห็น ถ้าเห็นแล้วทำไมไม่เผยแพร่ อย่างนี้มันจำกัดสิทธิทางปัญญาชัดๆ

 

ว่าแล้วก็ส่ายหัวจนเห็นเลนส์แว่นเป็นประกายวูบวาบ แล้วพิมพ์บางอย่างลงไปอีก

เอ่อ... เพชร... ไม่ต้องก็ได้...มั้ง

 

นี่ ไง ท่านทั้งคู่นั้น เป็นกึ่งเทพกึ่งวิญญาณด้วยบารมี ทำหน้าที่คล้ายกับศาลพระพรหม เรียกว่า เจ้าที่ คือดูแลอาณาบริเวณให้สงบสุข  แต่ทั้งนี้ สถานต่างๆ จะต้องอาศัยเจ้าเรือนในการปกป้อง เพราะ เจ้าที่ ไม่ได้มีหน้าที่ขับไล่วิญญาณ

แว่นตาคู่นั้นเรืองแสง เจ้าของหัวเราะหึ

ที่ทั้งคู่ไม่ไปเกิด ไม่ใช่เพราะอดีต แต่เป็นเพราะความผูกพันของกันและกันละมั้ง

ผมประทับใจกับเพชรนิดหน่อย

เพชรเองก็ละเอียดอ่อนเหมือนกันนี่นา

 

คนละเอียดอ่อนเอามือขยับแว่น ถาม

ว่าไงนะ อ๋อ... เปล่าหรอก ก็คุณสตีมาให้สัมภาษณ์เอาไว้ นี่ไง

 

ผมไม่รู้ว่าโลกนี้มีอะไรอย่างนี้ด้วย แต่บทความของคุณสตีก็มีอยู่กลางหน้าจอทีเดียว

ความรักที่ตรึงเราสองคนไว้บนผืนดินแห่งนี้ด้วยกัน

 

ก็... ที่จริงแล้ว คุณสตีก็ไม่ได้โพสต์หรืออะไรหรอกนะ

เพชรบอกหลังจากมองหน้างงสนิทของผม เท่าที่รู้ เพชรมีเนทแค่คนเดียวนี่นา

เพียงแต่การถ่ายทอดและรับความคิดของวิญญาณมีหลายรูปแบบ นี่เป็นรูปแบบหนึ่ง ก็เท่านั้นเอง

 

เพชรปิดจอคอมพิวเตอร์

ส่วนเรื่องวิทย์ ไปตื๊อถามเบสเถอะ รายนั้นได้คะแนนวิทยาศาสตร์คิดเป็นเปอร์เซนไทล์ที่เก้าสิบสองของสาย คงจะตอบคำถามให้ได้ละนะ

 

ผมเหลือปัญหาที่ต้องไขกี่อย่างกัน...

วิธีการใช้กรรม...

ทั้งของผมเอง หรือว่าอาจจะช่วยแก้ให้ส้มได้

เรื่องของตั๋ง ซึ่งมี คำตอบที่สวยงาม อยู่

 

เรื่องที่ไม่ใช่ของตัวเอง... อย่างดาลัด หรือแม้แต่อร... เป็นใครมาจากไหนกันแน่

 

ตอนนี้ยังไม่รู้...

เพียงตอนนี้ ขอนำใจให้สงบ ดิ่งลงสู่ห้วงลึกอันยากหยั่งถึงของตัวตนในห้วงสมาธิ

 

... พรุ่งนี้มีปริศนาต้องให้แก้ไข

เริ่มจากอะไรก่อนดีนะ...

Comment

Comment:

Tweet