รู้

 

นกการ้องเสียงพร่า ก่อนจะกางปีกสีดำสนิท โผผกขึ้นสู่ท้องฟ้าสีเข้ม

ดาวเริ่มปรากฏรางๆอยู่กลางผืนฟ้า

 

นัก เรียนคนสุดท้ายพาร่างออกจากโรงเรียนไปนานมากแล้ว แม้แต่เหล่านักการเองก็เสร็จภาระ วางไม้กวาดเก็บในห้องวัสดุ กลับที่พักอย่างสบายใจ ป่านนี้อาจจะกำลังสังสรรค์อยู่ในวงสุรากับเพื่อนฝูง หรือนั่งดูโทรทัศน์กับครอบครัว สอนลูกทำการบ้าน...

... ผมยังนั่งอยู่อย่างเดียวดาย

 

ผู้อ่านอาจจะบอกว่า นักเรียนคนสุดท้ายพาร่าง กลับไปแล้ว ทำไมผมถึงยังอยู่ในโรงเรียน

ร่างของผมไม่ได้อยู่ในโรงเรียนนี่ครับ นอนอยู่ที่โรงพยาบาลต่างหาก

 

อร เบส เพชร คงกำลังบริกรรมภาวนา... ผมไม่เห็นเบญและสะรุดเลยตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เกิดเรื่องนายพลไตรมาพร้อมกับข่าวแปลกประหลาดอันนั้น

 

ดาลัด ผมพึมพำเบาๆ กับชื่อที่ส่งผลกระทบกับเด็กหนุ่มที่ดูมั่นคงหนักแน่นได้ขนาดนั้น

เขาคือใครกันนะ

 

เสียงถอนใจลอยเรื่อยลมมาจากเบื้องหลัง

การเกี่ยวข้องกับธุระของคนอื่นโดยที่เขาไม่ยินดี เป็นวิสัยของคนพาล

ผมหันไป

ร่างของอรเรืองแสงอ่อนๆ ตัดกับความมืดหม่นของยามค่ำ ยิ้มให้ผม

งดงาม... หากลึกลับ ถ้าจะให้เปรียบ ก็คงเหมือนกับแก้วศักดิ์สิทธิ์ที่เอาไว้บูชา

 

งาม... แต่ไม่ควรแตะต้อง

 

หืม... อะไรนะ

อรเอียงคอ

 

เอ๊ย...

ผมลืมไปว่าวิญญาณอ่านความคิดกันได้นี่นา... แล้วตะกี้...

ผมพูด(คิด) อะไรออกไปกันแน่...

ดวงหน้าของผมร้อนผ่าว แต่พยามยามข่มความคิด...

ไม่แดง... ไม่แดง... หน้าไม่แดง...

 

นั่งบริกรรมวันเดียว ก็แก่สมาธิจนซ่อนความคิดได้แล้วหรือ... เก่งนี่ ได้ยินแต่เสียงหงุงหงิงเท่านั้นเอง

 

อ่า... รอดตายฉิวเฉียด

 

ไปเร็ว นัดเขา ไว้แล้ว เดี๋ยวจะสาย

อรพูดขึ้น

 

เดี๋ยวก่อน... เขานี่คือใครนะครับ

ผมลองคิดขึ้นมาลอยๆ

อรที่เดินไปหยุด หันมามองหน้าผม แล้วก็หัวเราะคิก

พยายามสื่อสารวิธีเก่าไม่ได้ผลแล้วสิ ตามมา

 

ผมเดินตามไปอย่างว่าง่าย

เพราะขืนขัดคำสั่งไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง แค่นึกถึงเรื่องเมื่อคืนก็สยองไม่หาย...

น้ำเสียงที่เย็นจัด ไม่กราดเกรี้ยว แต่ทรงอำนาจ... เหมือนกับราชินีของโลกวิญญาณยังไงยังงั้น

 

อรหัวเราะอีกคิกหนึ่ง

ถึงจะคุมความคิดได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าจิตใจฟุ้งซ่าน สมาธิหาย บางทีความคิดก็ออกมาประจานตนเหมือนกัน ขอบคุณสำหรับคำชมนะยอด

 

แต่เราไม่ใช่ราชินีอะไรนั่น โลกวิญญาณอะไรที่ว่าก็ใช่จะมี

อรอธิบาย

วิญญาณ ก็คือสัตว์ที่ถูกโลกเหนี่ยวรั้งไว้ ถ้าจะให้ถูกก็คือ เหนี่ยวรั้งกับตัวตนเดิมๆ จนไม่สามารถตัดไปสู่ความว่างเปล่า นิพพาน หรือชีวิต วัฏสงสารได้

 

ใบหน้าหวานตอนนี้ดูกึ่งโศก กึ่งแย้มยิ้ม

เหมือนกับถูกกักให้อยู่กลางสะพาน จนกว่าจะยอมละ ยอมวางทุกสิ่งของภพนี้โดยสมบูรณ์

 

แต่บางคนก็ไม่ใช่ไม่ชอบชีวิตแบบนี้หรอก

อรปรับสีหน้ากลับเป็นแย้มยิ้ม

ทำไมผีชอบทำแบบนี้กันทุกตนเลยนะ

 

รองเท้า มันวับด้วยความสะอาดหยุดหน้าอาคารหลังหนึ่ง ตัวอาคารไม่สูงนัก แต่เป็นปีกกว้าง ปลูกไม้ประดับตลอดแนว ให้ความรู้สึกเหมือนกับกำลังสงบนิ่ง สมบูรณ์...

อาคารอำนวยการนี่นา

 

ถึงแล้ว

 

อรผินหน้ามาหาผม

“’เขา อยู่ที่นี่

 

เราเดินขึ้นไปตามบันไดไม้ จนถึงพื้นกระดานขัดมันปลาบ

ตลอดทาง บรรยากาศอบอุ่น เชิญชวน ผิดจากความรู้สึกปกติไปค่อนข้างจะไกลโขอยู่

 

เพราะ ปกติ ผมจะขึ้นอาคารนี้ โดยเฉพาะปีกอำนวยการนี้ เฉพาะเวลาที่สมาชิกในห้องมีปัญหาจริงๆ หรือต้องติดต่ออาจารย์ระดับสูงเท่านั้น เลยรู้สึกเกร็งทุกครั้ง

 

ส่วนวันนี้... อาจจะเป็นเพราะเจ้าเรือนรอต้อนรับอรอยู่ก็ได้ 

 

มือเรียวยาวเคาะประตูไม้มะฮอกกานีแผ่วเบา

...ห้องผู้อำนวยการเรอะ

 

เอ่อ...

ผี กับ ผอ. ...

เมื่อสองสิ่งที่น่ากลัวเป็นสิ่งเดียวกัน น่ากลัวสองต่อเลยนะนี่

เข้ามา

เสียงหนักและน่าเกรงขามดังตอบมา

 

ประตูเปิดออกเองโดยที่อรไม่ได้สัมผัสลูกบิดเลยแม้แต่น้อย กลิ่นหอมอ่อนๆ อวลตลบ

ไม่ ใช่กลิ่นน้ำปรุงแป้งร่ำอย่างที่นึกว่าจะเข้ากับบรรยากาศโดยรอบแม้แต่น้อย หากเป็นน้ำหอมชั้นดี ดีกรีแรง แบบที่เห็นพ่อซึ่งเป็นนักธุรกิจใช้แต้มยามไปงานสังสรรค์

อวลผสมกับกลิ่นบางกลิ่น ที่หอมหวานกว่านั้นมากนัก

 

รออยู่นานรู้ไหม คุยอะไรกันระหว่างทางตั้งนานแน่ะ

เสียงเดิมทักด้วยภาษาเหมือนกับคนปัจจุบันไม่มีผิดเพี้ยน

 

ห้องที่ผมเข้าไป เหมือนกับไม่ใช่ห้องผู้อำนวยการที่ผมเคยเข้ามาติดต่อเลย

ตัวห้องเหมือนเดิมก็จริง แต่การจัดวางเครื่องเรือนดูแปลกตาไป

...จะผิดไหม ถ้าจะบอกว่า ดูเหมาะเจาะสวยงาม น่าสบาย และทันสมัยกว่าห้อง ผอ. คนปัจจุบันเสียด้วยซ้ำ

เหมือนเอาความโบราณและความล้ำยุคมาจัดวางอย่างกลมกลืน

 

ผู้นั่งอยู่บนโต๊ะเงยหน้าขึ้น

 

ใบหน้าคร้ามเข้ม และดวงตาคมกริบ บ่งบอกอายุว่าเข้าวัยกลาง หากรูปร่างในชุดสูทตัดเย็บประณีตสีเทาอ่อนตาดูแน่นตึงราวกับเป็นหนุ่มฉกรรจ์

ที่ดูประหลาดตาอย่างยิ่ง คือเรียวหนวดดกหนาทาบมุมปากสองข้าง ตวัดปลายน้อยๆ กับผมทรงปีกนก ลงน้ำมันต้องอัจกลับเป็นเงาวับ

ผมเดายุคสมัยที่ ผอ. คนนี้เสียไม่ออกเลย

แต่แกนับว่าเป็นคนเกือบแก่ที่ดูดีมากทีเดียว

 

สายัณห์สวัสดิ์ค่ะ

อรยิ้มน้อยๆ พลางกระพุ่มมือไหว้อย่างอ่อนหวาน

ท่านบดี วันนี้อรพาเลิศยุทธมา ดังที่ได้คุยกันเมื่อคืนก่อน

 

เออหนอ... ไม่ต้องทำทีพิธีการเหมือนโบราณก็ได้ เดี๋ยวนี้วิญญาณอย่างเราต้องก้าวทันยุคสมัยนะ แม่... เอ้อ อร

แม้จะท่าทางค่อนข้างน่าเกรงขาม แต่เมื่อท่านบดีพูด ผมก็ต้องตั้งสมาธิ เกือบเพ่งจิตแล้วเชียว ว่า

อย่านะ... อย่าขำ... ห้ามขำเด็ดขาด

 

ก็ท่านผู้นี้ แม้จะพยายามพูดภาษาทันสมัย แต่ไม่คล่องเอาเสียเลย

เหมือนกับเอาดาราวัยรุ่นมาเล่นละครย้อนยุค แล้วหลุดสำเนียงภาษาสมัยใหม่ออกมาบ่อยๆ เพียงแต่กลับกัน

 

เอ้าไอ้หนุ่ม... เอ้อ... เลิศยุทธ ข้า ง่า... ผ...ผมเป็นผู้ดูแลอาณาเขตบริเวณแห่งนี้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ

คราวนี้ เมื่อพูดได้ใจความทั้งประโยค ท่านบดีก็ถอนใจพรูอย่างโล่งอก

 

อรหัวเราะคิก ดูแล้วช่างต่างกับภาคกำราบมารเสียจริง

ท่านตียังไม่มานี่คะ ไม่ต้องฝืนดอก เหนื่อยเปล่านะคะท่าน 

จริงสิ ท่านบดีพูดด้วยสีหน้ามีความหวังอย่างเห็นได้ชัด

ไอ้ เรารึก็อายุใช่ว่าจักน้อยจักเยาว์ ทำตัวให้เหมือนวัยคะนองทุกวันนี่เหนื่อยเหลือเกิน นะ... แม่อร นี่แม่ตีเขาก็บังคับให้ทำตัวแบบนี้อยู่ได้ ไอ้เรารึจักว่าแก่มิอยู่ส่วนแก่ก็อยากถนอมน้ำใจไว้บ้าง ครองรักกันมาตั้งกะปูนนี้จนปูนโน้นแล้ว

 

ขาท่านผู้ใหญ่ตวัดขวัดเป็นท่านั่งตั่งบนเก้าอี้ธุรกิจชั้นดี มือดึงเน็คไทผ้าไหมตรงปกเสื้อ รั้งให้รู้ว่าร้อน พลางถอนใจเฮือก พูดไหลเป็นน้ำราวกับอดอั้นมาแสนนาน

 

ผมได้แต่มองด้วยความอึ้ง ท่าทางน่าเกรงขามหายจ้อยไปทีเดียว

 

นี่เลยนะไอ้หนุ่ม จะชาตินี้หรือชาติไหน ยามเกิดเป็นชายอย่าได้เลือกเมียจู้จี้ ชีวิตจักจมธรณียิ่งกว่ามีเมียแปดคนทะเลาะกัน หากพบพาหญิงประเภทนี้ที่ใด ให้หลีกไกล มิเช่นนั้นชีวิตจัก... โอ๊ย...

 

มือเรียว ขาวราวกับหยกเนื้อดี แต่งปลายเล็บด้วยสีสวยสด ยื่นขึ้นจากกระจกยาวจรดเพดานด้านหลัง บิดหูของท่านบดีทันควัน

น่าจะเจ็บไม่น้อย เพราะท่านผู้ทรงอำนาจร้องลั่นห้องทีเดียว

 

จะเป็นยังไงหรือคะ ที่รัก

ใบ หน้าแฉล้ม ผุดผาดของสตรีวัยกลางสามสิบค่อยๆ โผล่ตามมา ตกแต่งไว้ไม่มีที่ติ รวมถึงเรือนร่างสมส่วนในสูทกางเกงสีครีมผ่องตัดเข้ารูปทรงระเหิดระหง

 

กลิ่นที่ผมได้มาแต่แรก... คือกลิ่นน้ำหอมจากสตรีคนนี้นี่เอง

พูดจาแบบนี้ใครจะนับถือได้ลงคะ เราเป็นผู้ใหญ่ กริยาท่าทางเป็นเรื่องสำคัญนะคะ

หากคู่นี้เป็นสามีภรรยากันจริง... ก็ต้องเกิดในยุคสมัยเดียวกันไม่ใช่เหรอ แล้วไหง...

 

อ้าว ยอดไม่ใช่เหรอนั่น ยินดีต้อนรับนะจ๊ะ

ร่างงามเดินเลี่ยงโต๊ะทำงานอย่างคล่องแคล่ว อ่อนช้อย ทิ้งให้ร่างสูงใหญ่เอามือกุมหูพลางค้อนอย่างหงุดหงิด

เรียกน้าก็ได้ ไม่ต้องท่านเทิ่นอะไรนะ น้าชื่อสตีจ้ะ เรียกน้าตีเถอะ เป็นกันเองดี

 

ตอน นี้ผมรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับผู้ปกครองผู้คล่องแคล่วของเพื่อนสักคนอยู่  ด้วยว่าท่าทางการพูด กริยาท่าทางของคุณน้าสตีคนนี้ ดูคล่องแคล่วไม่ขัดเขิน เหมือนกับสาวสังคมมากกว่าวิญญาณที่อยู่ในโรงเรียนมานับไม่ถ้วนปี

 

มาอยู่แป๊บเดียวเองใช่ไหมจ๊ะ ดีแล้ว ถือว่าทัศนศึกษา

คุณสตียิ้มให้ผม

นั่งเถอะพวกเรา เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกยาว

ผมเอ่ยขอบคุณ แล้วนั่งลง อรขยับไปนั่งห่างออกไปนิดหนึ่ง     

 

อยากรู้เรื่องไหนก่อนดีเอ่ย

 

นั่นสินะ... ผมมีเรื่องมากมายเหมือนกัน ที่ต้องถาม

อย่าเรื่องความผิดบาป การใช้กรรม... ไหนจะเรื่องของตั๋งอีกล่ะ

 

ผมอยากรู้เรื่องของสาเหตุก่อนครับ... ทำไมผมต้องมาอยู่ที่นี่...

ผมหยุดอย่างลังเล ก่อนจะพูดต่อว่า

จริงๆ แล้ว ถ้าผมไม่ต้องมาอยู่ที่นี่ ผมน่าจะกลับเข้าร่างได้เลยใช่ไหมครับ

 

ใช่

ผู้ตอบคือท่านบดี ที่พยายามกลับไปนั่งท่าฝรั่งเพราะเกรงใจภรรยาอีกครั้งหนึ่ง

เพราะการฆ่าตัวตายนั้นหนักหนา จากที่ว่าจะฟื้น ก็เลยพาตัวมาสั่งสอนที่นี่ก่อน

 

คราวนี้ท่านพูดช้าชัด ไม่หลุดสำนวนภาษาโบราณออกมา โดยมีภรรยานั่งยิ้มหวานกำกับ

อัน ที่จริงแล้ว เหตุผลอีกครึ่งหนึ่งเป็นที่ถกเถียงกันในประเด็นคล้ายๆ กันนี้ที่เทวสภานานมากแล้วจ้ะ แต่เอาเป็นว่า ในกรณีของยอด ยอดจะต้องชดใช้กรรมในโรงเรียนนี้ ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้ดูแลบริเวณอย่างท่านบดี

คุณสตีเอ่ยเสริมขึ้น

 

ในประเด็นนี้ยอดมีข้อสงสัยค่ะ อรบอก

เหมือน กับที่คนทั่วไปสงสัย เหตุใดการทำอัตนิวิบากกรรม ทำร้ายตัวเอง หรือการฆ่าตัวตาย จึงเป็นบาปร้ายแรงเทียบเท่าการฆ่าผู้อื่นคะ คือยอดคิดว่า บางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวน่ะค่ะ

 

คุณสตียิ้มให้ผม

ยอด ตอนเล็กๆ ยอดมีเพื่อนรักไหมจ๊ะ

 

ครับ

ผมนึกถึงวัยเด็กที่ยังมีเพื่อนอยู่บ้าง

ยอดคงรักเด็กพวกนั้นมาก จนบางทีก็ให้ของสำคัญกับพวกเขาไปรึเปล่า

 

แน่นอนว่าเคย เพราะความเยาว์วัย เพื่อนคือเรื่องสำคัญที่สุดเสมอรองจากพ่อแม่

ยอดจะรู้สึกยังไงจ๊ะ ถ้าเพื่อนของยอด จงใจทำของชิ้นนั้นแตก... แตกแบบไม่สามารถซ่อมคืนได้

คุณสตีหยุด มองดวงหน้าของผมอย่างอ่อนโยน เรือนผมดำมันเป็นประกายล้ออัจกลับวับวาว

ทั้งๆที่ของชิ้นนั้น ยอดก็รัก... ทั้งรักทั้งหวงแหนมากที่สุด

 

ผมคงโกรธมาก... แต่ถ้าเป็นเพื่อนรักจริงๆ ผมคงเสียใจที่สุดละมัง ครับ

ผมพยายามอธิบายความรู้สึกในจินตนาการให้กับคุณสติฟัง

 

ใช่ ไหมจ๊ะ... ไม่ใช่เสียใจแค่เพราะของชิ้นนั้น... ชิ้นที่มีค่าที่สุดถูกทำลายลงไป แต่เพราะเพื่อนของยอด... เพื่อนที่มีค่า ที่ยอดไว้ใจมากที่สุด ไม่ได้ไยดีกับความปรารถนาดีที่ยอดมีให้เลยแม้แต่น้อย

ดวงตาของคุณสตีมีรอยยิ้มของความสงบปรากฏ นิ่ง

 

แม้แต่ท่านบดี ก็พยักหน้า มองมาที่ผมด้วยดวงตาแน่วแน่

ยอด... ตัวของยอดประกอบด้วยหลายสิ่งหลายอย่างนะจ๊ะ

 

มือเรียวแตะท่อนแขนของผม กลับให้ความรู้สึกอบอุ่น ไม่เย็นจัดเหมือนมือของเบส

ร่าง กายจากพ่อและแม่ ความรักของเพื่อนๆ ความรู้ของครูอาจารย์ ทั้งหมดนี้เป็นของที่พวกเขารักและหวงแหน โดยเฉพาะพ่อและแม่ ร่างกายที่เขามอบให้เรา ที่เขาช่วยเราทำให้มันเติบโต แข็งแกร่ง ขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นของที่เขารักมากกว่าสิ่งใดๆ ในโลก แม้แต่ชีวิตของเขาเอง

 

การทำลายมัน... ทำให้สิ่งต่างๆที่รัก ของทุกคนที่รักยอดที่ให้มา สูญสลายไปในกองเพลิงที่ว่างเปล่า ไม่ได้เป็นบาปหรอกหรือจ๊ะ... การพยายามรักษาของชิ้นนี้ไว้ จะเรียกว่าเห็นแก่ตัวได้หรือ

 

แต่ว่า ถ้าไม่ทำอย่างนั้น ก็จะต้องทำร้ายคนอื่น คนที่สร้างมาจากความรัก สิ่งที่รักของคนอื่นๆ เหมือนกัน มันจะดีหรือครับ

ผมถาม อย่างสงสัยจริงๆ ไม่ได้พยายามโต้แย้ง

 

เพราะอย่างนี้ไม่ใช่หรือจ๊ะ พระพุทธองค์ถึงได้กำหนดมัช... เอ อะไรน้า...

ปลายนิ้วแตะริมฝีปาก แพขนตายาวงอนเคลื่อน ครุ่นคิด

 

มัชฌิมาปฏิปทา จำเรื่องพวกนี้บ้างสิจ๊ะ ที่รัก งานนี้ ไม่ด้องเดาก็คงรู้ว่าใครพูด...

 

ขอบ คุณค่ะคุณ... มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เพื่อให้เราดำเนินอยู่ในทางสมดุล ไม่ทำลายตัวเองมากเกินไป ไม่ทำร้ายผู้อื่นเช่นเดียวกัน

คุณสตีคงเห็นผมทำหน้างงเต็มที จึงยิ้มหวานให้ พูดล้อๆ

มีเท่านี้ล่ะจ้ะ จะถามเรื่องอะไรอีกดี

  

ครับ... แล้วการแก้ไข...

 

ไม่มี

ท่านบดีแทรกขึ้น

 

กรรมอันก่อไปแล้ว จะให้ทำอย่างไร ก็ไม่มีทางย้อนกลับไปแก้กรรมนั้นได้อีก แม้การทรมานก็ไม่ใช่การชดใช้กรรม

คุณสตีขว้างค้อนวงงามให้สามี

แหม คุณ... อย่าทำให้เด็กกลัวสิคะ ส่วนทางแก้ไขนั้น น้าว่า ยอดได้เห็นแนวทางแล้วใช่ไหม

 

ยอดเองก็เรียนทางสายวิทยาศาสตร์ การทดลองก็ได้ทำมาเยอะแยะ

ริมฝีปากเคลือบสีสดแย้มคลี่ เหมาะเจาะ

น้าว่า คำตอบน่าจะอยู่ในวิทยาศาสตร์นั่นแหละ มันเป็นศาสตร์ของการเรียนรู้ไม่ใช่หรือจ๊ะ

 

ร่างงามระเหิดระหงลุกขึ้นจากเก้าอี้แขกน่านั่ง

ส่วนเรื่องของเพื่อนที่สงสัยอยู่...

 

ปลายเล็บสีหวานจัดทรงผมให้เข้าที่

น้าว่าลอง ติดต่อ เขาดูก็ได้นะ

 

เสียงของคุณสตียังกังวานอยู่ในหูของผม แม้ว่าเราจะเดินจากอาคารนั้นมานานแล้ว

 

เขาจะนำพา ทางออกที่สวยงาม มาให้ยอดจ้ะ

 

ทางเดินทอดยาวระหว่างอาคารเงียบงัน มีเพียงความครุ่นคิดของผม และความสงบนิ่งของอรเท่านั้น

จนกระทั่ง เราได้ยินเสียงหนึ่ง...ดังขึ้นกลางความสงัดของราตรีกาล

Comment

Comment:

Tweet