ฤทธิ์

 

ความมืดคืบขยับ รดรินจากผืนฟ้า

ตรงที่ผมยืนอยู่ก็มืด... แต่มันไม่เหมือนกัน

 

ความมืดตามธรรมชาติ ที่ผมรู้สึกได้ตอนนี้... คือความมืดของนิทรา ของการพักผ่อน เป็นสุข

แม้บางครั้งจะวังเวงน่ากลัวไปบ้าง...

 

แต่ความมืดที่กำลังเคลื่อนไหวนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนความมืดจากบ่อน้ำลึก...

ปรารถนา... โหยหิว... และดูดกลืน...

 

หางของมันแผ่ชูกระจายรอบทิศเหมือนของเหลวหนืดข้น ช่วงหัวสะบัดร่าในอากาศ ควานหาบางอย่าง

กิ่งไม้ไม่ได้โยกตามลมแล้ว หากใบสั่นไหวระริก

...เหมือนใบไม้จะหวาดกลัว...

 

ใช่จ้ะ

เบญพูดแทรกขึ้น

ใบไม้ทุกใบมีชีวิต มีจิตวิญญาณเหมือนมนุษย์ แต่ก็อยู่ในรูปที่แปลกออกไป

สายตาของเบญมองไปที่ความมืดดำนั่นอีกครั้ง

แต่มันก็รู้ว่า อะไรเป็นอันตราย และทำให้มันกลัวได้

 

มันกำลังส่งสัญญาณ เตือนเพื่อนๆ ของมัน

 

บนผืนฟ้า สะรุดและเบสเรืองแสง ลอยอยู่กลางอากาศ หากยากจะเข้าใกล้ความมืดนั้นได้ เพราะมันแทบจะกลืนไปกับบรรยากาศโดยรอบ

 

เบสพุ่งเข้าไป ขาเตะทะลุความมืด

ใบหน้าของเบสเต็มไปด้วยความขยะแขยง ขณะที่พุ่งถอยฉากออกมาอย่างรวดเร็ว

สกปรกมาก ใช้วิธีดูดพลังภาวนาซะด้วย

มือขาวเรืองเอามือปัดที่ท่อนขาอย่างรังเกียจ

 

เฮ้อ สร้างพาหนะขนาดนี้ ใช้เวลาภาวนาไปนานเท่าไหร่กันน้อ... ”

ใบหน้าเรียวหันไปหาสะรุด

ช่วยหน่อยดิ พี่หลุด ผมไปไม่รอดง่ะ

ใบหน้าคร้ามเข้มขยับเล็กน้อย

 

แสงเรืองรอบร่างสะรุดกะพริบสว่างเรืองขึ้น

สีหน้าของสะรุดนิ่งสงบ ดวงตาหรี่หลุบ ใช้สมาธิอย่างเต็มที่

หน้าลำคอของสะรุด เกิดโครงเล็กๆ ประกอบขึ้นเป็นดวงแก้วเล็ก สีขาวสว่าง

มันสว่างขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็เรืองแสงเจิดจ้า

 

น่ารำคาญจริง!!!”

 

สะรุดเบิกตาแล้วตวาดออกไป เสียงกึกก้องจนอากาศโดยรอบสั่นสะเทือน

ผมรู้สึกว่าแก้วหูลั่นเปรียะ

 

ความมืดกระตุกสั่น ดิ้นพราดด้วยอำนาจของเสียงนั้น

ใบไม้ไหวอีก แต่คราวนี้รู้สึกได้ว่ามันกำลังโบกด้วยความยินดี

มีกองเชียร์ด้วยรึ...

 

ความมืดตัดสินใจจะโจมตีแล้ว

มันสะบัดหัวแยกเป็นสอง บิดจนเป็นปลายแหลมคมคล้ายธนูแล้วพุ่งเข้าหาร่างสูงใหญ่ที่กำลังลอยนิ่งอยู่ทั้งสองทิศ

 

อย่านะ สะรุด... ได้โปรด...”

เสียงของเบญกังวานในห้วงความคิดของผมบ้าง

 

รีบหายไปซะ!!”

 

เสียงที่สองตามมา คราวนี้ความมืดนั้นแตกกระจายเป็นผงเล็กๆ กระจายหายไปในความมืดของธรรมชาติทันที

 

เมื่อความมืดชั้นต่ำที่ห่อล้อมกระจายออก สิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายในก็ค่อยๆ เผยตัวออกมาช้าๆ

 

มาอีกแล้วหรือ... ”

อรพูดเบาๆ

 

เงารางๆ ที่ผมเห็นผ่านฝุ่นผงของความมืด คือกลุ่มก้อนรูปร่างเหมือนคนจำนวนไม่น้อย เรียงแถวเต็มสนามตะกร้อ

ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร

 

แต่เสียงพวกมันหัวเราะ... แหลมเสียดแทงหู... เป็นเสียงเหมือนกับคนวิปลาสทีเดียว

 

...     

 

ตรงพื้นสนามตะกร้อเบื้องล่าง คือแถวที่เหมือนกองทหาร ดูไม่น่าจะต่ำกว่าสามสิบนาย

      สิ่งที่อยู่ในแถว ทำให้ผมรู้สึกเย็นจัดทั้งร่าง

 

      แทนที่ด้วยนายทหารอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งแถวกลับบรรจุด้วยวิญญาณที่น่าขนลุก...

 

      แต่ ละตัวล้วนผอมโซ ใบหน้าแสยะแยกเห็นเขี้ยวเกรอะกรัง ผ้าขาดสีเขียวขี้ม้าหม่นมัว ที่ปกคลุมร่างพอให้รู้ว่า คงเป็นทหารมาก่อน เลือดหนองดวงโตแผ่เต็มผืนผ้า บางส่วนย้อยหยดลงบนสนามหญ้า กลิ่นสาบสางตลบอบอวล

 

      ...สาบเหมือนซากศพ

 

      วิญญาณร้าย

      อรหันมาบอกผม

      พวกนี้เคยเป็นมนุษย์ที่ดีมาก่อน... ตายไปแล้วก็กลายเป็นวิญญาณที่ดี...

      วิญญาณสาวถอนใจ

      แต่ พอนานเข้า วิญญาณขาดความมั่นคง ถูกกระทบกระเทือนมากเกินไป อาจจะจากอดีต... หรือจากวิญญาณร้ายตนอื่น จนวิญญาณเหล่า