อวสาน

ร้าง

 

รอยยิ้มที่แช่มชื่นของทุกคนแต่งแต้มบรรยากาศของยามราตรีให้ชื่นบาน กลิ่นดอกไม้ราตรีที่ล้วนหลบกลิ่นยามกลางวันหอมจรุง

ลาน ม้าหินมีร่างล้อมอยู่เต็มแน่นไม่ต่างจากยามมีแสงอาทิตย์ หากแสงสลัวรางที่เห็นบรรยากาศภายนอกนั้น กลับเปล่งเรืองออกมาจากเหล่าผู้ที่มาล้อมวง  รอยยิ้มที่แลกให้กันอบอุ่น

ผมมีความสุข

 

อร เผยยิ้มอ่อนโยน หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือดและยาวนาน บัดนี้อรคือผู้ปกป้องคุ้มครองอาคารเรียนหลังนี้โดยสมบูรณ์ อดีตและความหลังครั้งก่อนเก่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป

 

พระจันทร์ เสี้ยวดวงงามลอยกระจ่างกลางฟ้า ปราศจากเมฆมาบดบัง เป็นท้องฟ้าที่หาได้ยากกลางหน้าฝน เบญกำลังแสดงกลไพ่อย่างชำนาญ สะรุดทำท่าไม่สนใจ และเบสแกล้งหลับ

... เคยเห็นวิญญาณหลับไหมล่ะครับ

เนี่ย ชะตาของสะรุดบอกว่า กำลังมีเรื่องให้หมองหม่นลงหน่อย แต่จะไม่ถึงชีวิต แถมไม่เป็นไรอยู่แล้ว เพราะมีคนสวยคอยช่วยปลอบใจ

เบญปรายสายตาหวานหยาดเยิ้ม ทีเล่นทีจริงไปให้วิญญาณเด็กหนุ่มที่กดมุมปากลงคล้ายจะหยัน ทำตากลอกขึ้นฟ้าอย่างไม่ปิดบัง

ตรงเผงอย่างกะเป็นเหตุเสียเอง

คราวนี้เบญเอนตัวทาบแข็นแข็งแกร่งลงคล้ายเถาไม้เลื้อย แววตาคมปลาบเป็นแววน่าพิศวง

 

น่า เชื่อหน่อยก็ดีนะ อุตส่าห์ทำนายไม่คิดตังค์ ต่อให้เทพเทวดาหากยังเวียนวนในฉกามาพจรย่อมต้องมีทุกข์จรทุกประจำอยู่ร่ำไป ตัดอดีตได้แล้ว ต่อไปอนาคตจะเกิดอะไรก็ต้องผ่านไปให้ได้ จำคำเบญไว้เถอะนะ นะ

ตางามกระพริบ กลับเป็นรอยหวานเชื่อมดังเดิม คางคล้ำเนียนก่ายเกยหัวไหล่ล่ำสัน เล่นเอาสะรุดเกร็งตัวแน่น หากเลือดชายสุภาพบุรุษทำให้เกรงใจจนเกินกว่าจะเบี่ยงปัด ได้แต่นั่งตัวแข็งเป็นเสาหิน

...แม้แต่สมัยนี้ การกระทำแบบนี้ก็จั๊กจี้น้อยเสียเมื่อไร

 

เสียงกรนของเบสเงียบไปครู่หนึ่ง...

ทุกอย่างเงียบลงอย่างน่าพิศวง จนเสียงขยับตัวแกรกดังขึ้น

 

โอ๊ย เมื่อไหร่จะคิสกันซะที หรี่ตาเหล่ดูนานแล้วนะ เอาแต่ปล่อยให้เจ๊เขารูดเป็นเสาอะโกโก้อยู่ได้ ไม่มันเลย พี่หลุด เป็นพระอิฐพระปูนหรือนกเขามันดีดปี๊บไม่มีเสียง

 

เบญหัวเราะคิกทันควัน ในขณะที่ใบหน้าของสะรุดแดงฉานด้วยความอับอาย

ดูนั่นดูนั่น กำมือแน่นเลยพี่หลุดก็ ลูกผู้ชายน่ะ อั้นไว้ไม่ดีกับสุขภาพนะ กิ๊วๆ...

อรหัวเราะเบาๆ ในขณะที่เบญรั้งแขนแกร่งแน่นขึ้น ซบพวงแก้มนุ่ม ปากก็ว่า

ตายแล้ว... เบสอิจฉาเหรอ แย่จังเลยนะ ไม่มีแฟนก็อย่างนี้แหละ ต้องคอยจิกกัดคนรักกันหวานชื่นไปวันๆ

ว่าแล้วก็แกล้งหัวเราะเหมือนนางร้ายในละคร

หรือว่าจะหึงสะรุด บอกก่อนนะว่า พี่หลุดของเธอ มีเจ้าของแล้วนะจ๊ะ

เบสเห็นดังนั้น มีหรือจะพลาดมุกทำนองนี้ ร่างขาวสูงทอดเข่าลงพับเพียบกับพื้นทันควัน

ขออภัยเจ้าค่ะ เสียงบีบแหลมนั้นล้อเลียนอย่างเห็นได้ชัด

เบสไม่บังอาจหรอกเจ้าค่ะ แค่คนใช้ต่ำต้อยด้อยวาสนา...

ว่าแล้วก็ลุกขึ้น วาดมือราวกับกำลังเล่นละครเวทีอยู่ก็ไม่ปาน

โอ... แม่จ๋า ทำไมแม่มาทิ้งเบสไว้แล้วตั้งชื่อจริงเบสว่า ดาวมฤตยูสุดแสนอำไพ ทิ้งให้เบสเป็นคนใช้อยู่เดียวดายตายเถาไปวันๆ

เงียบ... สะรุดพูดเหมือนจะสำลัก ใบหน้าเกร็งพอๆกับแขนข้างที่ถูกร่างอวบอัดเกี่ยวเกาะ

 

แม้เบสจะมี คุณหลุด... คำพูดทอดหางเสียงให้สั่นสะท้านชนิดดาราบรอดเวย์ต้องอับอาย

แต่คุณหลุดก็มีคุณเบญสุดสวยและอึ๋ม ขาดหมวยไปอย่างเดียว เป็นเจ้าของไปแล้วแท้ๆ

 

เงียบ!!

 

แสงขาวพลุ่งไปรอบบริเวณ เมื่อจางลง เบสก็หายไปแล้ว

เบญผละมาจากแขนสะรุด พลิกไพ่ หลังจ้ะ

สะรุดยกแขนขึ้น รับลูกเบสบอลที่มีเป้าหมายเป็นหมวกกะโล่นั่นอย่างรวดเร็ว

เล่นจะให้ถึงตายเลยเหรอ ใจร้ายจัง

เบสทำเสียงเล็กเสียงน้อย

พี่ หลุดทำไมทำกับดาวมฤตยูอย่างนี้ได้ ไม่มีเสียงตะโกน หากแสงระเบิดจากคลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยินก็ตามมาเรื่อยๆ เบสคว้าไม้ค้ำถ่อจากอากาศว่างเปล่า ค้ำพื้นหลบซ้ายขวาได้ราวกับนักกายกรรมอาชีพ ก่อนจะโดดขึ้นสูงเหลือเชื่อ

อย่าเงยหน้าขึ้น ตั้งรับจากล่างซ้าย

เบญเงยหน้าจากกองไพ่บนม้าหิน พอดีกับจักรปลายคมของทศกรีฑาตวัดแฉลบไปเฉียดฉิว

เฮ้ย

 

เพชรชักนึกสนุก ก็ละจากบทสนทนากับอร ถือคอมพิวเตอร์เครื่องโปรดเข้าร่วมวงอีกคน

ไม่หนุกนะ สองรุมหนึ่ง มาช่วยด้วยละกัน

ว่าแล้วก็พิมพ์คอมพิวเตอร์อย่างแคล่วคล่อง ผมชะโงกหน้าไปมอง

ภาพที่อยู่ที่จอ เป็นเส้นสีฟ้าเรืองตัดโยงกันไปมาเป็นโครงร่าง ร่างของสะรุดและเบสนั่นเอง

น้ำเสียงเรียบเฉย ไร้อารมณ์พูดลอยๆ

เอี้ยวสะบักขวาแล้วกดศอกลง

คราวนี้ศอกของเบสพุ่งตรงจากฟ้าไปที่ท้ายทอยของสะรุดในองศาที่เจ้าตัวยังประหลาดใจ

 

หันกลับไปแล้วกดคลื่นความถี่ต่ำลงที่ทิศเฉียงสี่สิบห้าองศา

เบญเพิ่มรายละเอียดเมื่อเห็นเพชรทำบ้าง ฝุ่นคลีฟุ้งกระจาย แล้วเบสก็ทะลวงลงสู่ความว่างเปล่า

ตวัดเข่าขวาลง สร้างอาวุธยาว

เตรียมตวาดจากสองมุมตรงนี้ไม่พลาดแน่นอน

การต่อสู้ระหว่างเพื่อน กลายเป็นเกมส์วิญญาณไปในทันตา

 

สักพัก นักสู้ ทั้งสอง ก็คุกเข่าหน้ามืด แม้จะตัดอดีตได้และมีจิตที่กล้าแกร่งขึ้นอีกมหาศาล แต่การสู้กันข้ามคืนดูจะไม่ค่อยถนอมจิตและสมาธิมากไปนิดหนึ่ง

เบญรีบวิ่งไปประคองด้วยท่าทีห่วงใย สะรุด โถ... ไม่น่าต้องสู้จนหักโหมเลย นี่ทำเพื่อเราใช่ไหม น่าสงสารที่สุด

ในขณะที่ผู้รับเคราะห์พูดยังไม่ออกด้วยความเหนื่อยจัด...

ผมรู้ดีนี่ครับ ว่าความเหนื่อยระดับนี้มันเป็นอย่างไร ก็เคยโดนมากับตัวแล้วแท้ๆ

ฮะ...ฮะฮะ... แค่... นี้ก... ก็เหนื่อ... ก็เหนื่อยแล้ว... แบ... แบบนี้ เรีย... เรียกว่าต... ตัดอดีตแล้วได้ยังไง

ฝ่ายแดงส่งคำพูดที่ฟังไม่ค่อยออกมาท้าทาย

 

เมื่อฝ่ายแดง ฝ่ายน้ำเงินและเหล่าพี่เลี้ยง พากันขึ้นตึกไปภาวนาสมาธิกันเรียบร้อยแล้ว ลานม้าหินก็เงียบสงัดลงไปอีกครั้ง

แสง จันทร์แสนจางจับลงบนใบหน้าของผู้เป็นเจ้าของผืนที่อันเงียบสงบแห่งนี้ หลอมรวมกับพลังอันเข้มข้นภายใน ส่งให้ร่างงามนวลกระจ่างเป็นสีเงินยวง ราวกับจะเปล่งประกายแทนแสงจันทร์

เหลือเราอยู่สองคนแล้วนะ อรพูดขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อย

เหมือน วันแรกที่เราสองคนเจอกัน ใต้ความเงียบสงบไม่มีความโหยหาเจือปน เป็นการพูดคุยธรรมดา อรตัดอดีตได้แล้ว เรื่องที่ผ่านมาคือผ่านมา ผ่านไปคือผ่านไป ไม่ยึดติด

หากผมยังยึดติดนี่นา...

ใช่ เหมือนวันที่เราพบอร

 

รู้ใช่ไหม ว่าคำทำนายของเบญพลาดแค่ครั้งเดียว

ใช่

ใบหน้าของอรยิ้ม มันคือยิ้มที่เจิดจรัส แต่เป็นปริศนา

ช่างเหมือนกับวันแรก วันที่ผมตกลงมาจริงๆ

 

นับ แต่นั้น เวลาก็สั้นแต่เหมือนยาว คือ รู้สึกสนิทสนมกับเพื่อนใหม่มาแสนนาน ทั้งที่เวลาผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ แต่ก็ยาวเหมือนสั้น เพราะมันไม่ต่างกับการลัดนิ้วไปชั่วข้ามคืนเลย

ผมถอนใจกับความรู้สึกที่มี

เพราะฉะนั้น คนที่จักจากไปจากที่นี่ ก็ต้องมี อรเอ่ยขึ้น และผมเดาเหตุการณ์ได้

ใช่ ผมลุกขึ้นยืน

ผมใช่ไหม

สายลมพัดแผ่วเบา นำความอบอุ่นจากร่างที่เปล่งแสงเรืองรองของอรมาสู่ร่างทิพย์ของผม

เราใกล้ชิดกันหรือเปล่านะ...

 

ยอด ยังมีทางเลือก เพราะหากคำทำนายตีความไปว่า สมาชิกถูกพรากไปจากกลุ่มวิญญาณที่ไม่มีเจ้าเรือน สมาชิกคนนั้นก็ต้องเป็นเรา เพราะเราได้กลายเป็นเจ้าเรือนไปแล้ว  อรพูดพลางยิ้ม

ผมยิ้มร่าอย่างนึกได้ โล่งอก

จริงด้วยสิ แปลอย่างนั้นก็ได้นี่นา

หากรอยยิ้มในดวงหน้างามเลือนลงเล็กน้อย

ตอนนี้ทั้งหมดก็อยู่ที่ยอดเป็นคนตัดสินใจแล้วนะ ว่าจะอยู่ที่นี่...

อรพูดทอดจังหวะ แสงจันทร์จางทอดให้เห็นลานม้าหินที่สงัดเงียบ อาคารเรียนที่เห็นเป็นโครงเค้าเลือนราง สง่างามและศักดิ์สิทธิ์

... ในที่ที่กระแสเวลาหยุดนิ่ง ที่ที่ยอดจักเป็นแบบนี้ อยู่อย่างนี้ไปได้จนกว่ายอดจักพอใจ ตลอดไปเลยก็ย่อมได้

 

หรือจะก้าวไปกับกระแสเวลา เกิดแก่เจ็บตาย มีสุขมีทุกข์ตามธรรมชาติของโลกมนุษย์...