๑๔

ลบ

 

วันนี้วันเสาร์ ห้องเรียนว่างเปล่า นักเรียนสองสามคนนั่งคุยกันในชุดลำลอง มองเห็นห่างๆ ออกไป

แสง ตะวันส่องลงมาสลัวๆ บนลานม้านั่งหินอ่อนที่เคยมีการต่อสู้ นั้นโล่งเตียนและว่างเปล่าเสมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เก้าอี้ยังตั้งอยู่อย่างมั่นคง เรียบง่ายเหมือนที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แม้แต่ก่อนกลายเป็นวิญญาณ

เหมือนกับการต่อสู้ที่โหดร้ายเมื่อคืน อาการคุ้มคลั่งของเบส การจากไปของนายพลไตร การกลับมาของสะรุด ทุกอย่างเป็นเพียงความฝันชั่วคืน

 

อันที่จริง การที่ผมได้หยุดนิ่งอยู่กับเวลาที่นี่ ก็เหมือนเป็นความฝันชั่วข้ามคืนเช่นกัน

 

เมฆยังครึ้มตามประสาฤดูฝน เห็นเป็นปุยสีม่วงปนเทาแผ่ไปจนสุดขอบฟ้า ทำให้ผมยังมองเห็นตัวเองได้โดยไม่ทำสมาธิ แม้จะสายมากแล้วก็ตาม

ทุก คนยังพักผ่อนจากเหตุการณ์เมื่อคืน ที่ต้องใช้พลังสมาธิและภาวนามากมาย ต่างคนต่างตัดเยื่อใยจากอดีตที่ผูกพันตัวอยู่ได้ จะเลือกไปสุคติภพ หรืออย่างไรก็ได้ทั้งนั้น

เป็นวิญญาณที่ทรงพลัง มีอำนาจและอิสระขึ้นหลายเท่าตัว

ผมยังไม่มีอิสระถึงขั้นนั้น

วิญญาณของผมยังเป็นวิญญาณคนบาป ไม่มีทางเลือกใดนอกจากคอยทยอยชดใช้กรรมที่ตนเป็นคนก่อ

ผมได้ยินเสียงถอนหายใจ มันเป็นของผมเอง

 

วันนี้ไม่อยู่ที่ห้องเรียนรึ

อรยืนพิงอยู่ที่หัวบันได ยิ้มให้ผมเหมือนอย่างเคย สีหน้ามีร่องรอยแจ่มใสขึ้น

ก็ มาคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ผมตอบ

ร่างเล็กบางเดินก้าวมาตามขั้นบันได สวนกับร่างแท้ของเด็กนักเรียนหญิงที่วันนี้ปล่อยผมสยาย ร่าเริง สดใส อรหันกลับไปมอง

จักให้นับเวลากันจริงๆ แล้ว เราคงเป็นย่าเป็นยายของเด็กคนนี้แล้วล่ะ ร่างงามทอดใจ

อาจจะเป็นยายทวดด้วยซ้ำไป

 

อรยังสวยนี่ครับ สวยปิ๊งเหมือนยังสิบห้าสิบหก ผมแซว อยากจะทำให้หญิงผู้เคยเป็นประมุขของตึกเรียนแห่งนี้อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง

สวย... หรืออะไรก็ตาม ก็เป็นรูปกายภายนอก เมื่อคืนมีเรื่องให้เราคิดมากมาย จิตใจของเราคงชราลงไปทุกวันแล้ว

ความเศร้าที่ปรากฏบนใบหน้าอรดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน

 

ชั้น เรียนมักไม่ได้ล็อกประตู แต่ให้นักเรียนเก็บของมีค่าไว้กับตัว ทั้งนี้เพราะมีนโยบายให้นักเรียนใช้ห้องเป็นที่ติวหนังสือกันในยามสุด สัปดาห์ หากเป็นเวลาใกล้สอบนักเรียนจะอยู่กันเนืองแน่น แต่วันกลางภาคเรียนอย่างวันนี้ อาคารเรียนภายในก็ว่างเปล่าเช่นเดียวกับลานม้าหินด้านหน้า

 

เสียงกุกกักดังขึ้นจากชั้นสอง

สะรุด มีอะไรเกิดขึ้นรึ อรเรียก

ร่างล่ำสันสูงใหญ่ปรากฏกายขึ้นเงียบๆ ไม่หวือหวา แม้จะมีอิทธิฤทธิ์มากมายแล้วก็ตามที

คุณอร ตอนนี้ข้างบนมีคนข้างนอกเข้าไปค้นข้าวของอยู่ข้างบน

 

คางน้อยๆ พยักเบา งั้นก็คงนอกเหนือขอบเขตของเราละมัง เพราะเราติดต่อกับคนไม่ได้

สะรุดเอามือลูบคาง คิด จักทำผีหลอกก็ไม่สำเร็จ เพราะกลางวันแสกๆ ใครเขาจักเชื่อ

ก็คงต้องปล่อยไปตามกรรมของนักเรียนแต่ละคน...

แต่เดี๋ยวก่อน

 

มีนักเรียนหญิงเพิ่งขึ้นไป ผมร้องอย่างนึกออก แล้วก็ถีบตัว ลอยขึ้นไปข้างบนทันที แต่หันกลับมามองทั้งคู่จากด้านบน

เฮ้ย ขึ้นไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีนั่นละน่า...

สะรุดพึมพำ

หากร่างงามของอรสั่นเทิ้ม มือสั่นระริกกำแน่น

ฉันสังหรณ์ว่าฉันต้องไป

ว่าแล้วก็ลอยช้าๆ ตามขึ้นมาเช่นกัน

สะรุดมองขึ้นไปนิ่ง

เบญบอกว่าทำนายถูกครึ่งเดียวเป็นครั้งที่สอง เพราะเรารอดกลับมาได้ จะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไหมหนอ

 

คำทำนายนั้น บอกว่า หากนายพลไตรทำศึกใหญ่ จะต้องมีวิญญาณดวงหนึ่งถูกพรากออกไป

จะทำนายผิดหรือเปล่าหนอ...

 

จากการลังเลอยู่ชั่วครู่ ผมเดินลัดเลาะไปตามห้องเรียน ชะโงกหน้ามองห้องที่ถูกปิดไฟมืด

เสียงกุกกักเบาๆ คงดึงดูดความสนใจเด็กสาวเช่นกันเพราะเธอเดินออกมาจากห้องเรียนห้องหนึ่ง

 

ผมรวบรวมสมาธิ เคาะกำแพงระเบียงเต็มแรง หากก็ยังไม่ทำให้เด็กสาวละความอยากรู้แต่อย่างใด

หากวิ่งออกไปหาของที่เรียกร้องความสนใจได้ เธอก็คงจะไปถึงตัวโจรแล้ว

สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวคือตามไป

 

ความรู้สึกในตอนนี้ แม้จะคับขัน แต่ผมก็อดนึกขำไม่ได้

ในหนังนักสืบหรือสายลับ ตัวเอกมักจะคอยติดตามคนอื่นโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว

ในขณะที่ผมคิดหัวแทบแตก ว่าจะทำอย่างไรให้อีกฝ่ายรู้ตัวเสียที

 

ในที่สุด ร่างที่แสนสดใสก็ชะโงกรีรออยู่ตรงประตูห้องสุดระเบียง เสียงกรอบแกรบเสียงไม่เบานักลอยออกมา

อย่า ผมพูด แต่แน่นอน เธอไม่ได้ยิน

เป็นครั้งแรกในรอบหลายคืน ที่อยากกลับมามีตัวตนจับใจ

รองเท้าผ้าใบสีสดก้าวเข้าไปในห้อง กดสวิตช์ไฟ

 

คน สองคนหันมามองทันควัน ควันบุหรี่สายหนึ่งพลุ่งฉุนเฉียวเป็นสายไปยังเพดาน กลิ่นแรงผิดจากบุหรี่ธรรมดาที่เคยได้กลิ่นในห้องน้ำโรงเรียน เด็กชายวัยรุ่นสองคน ท่าทางจะอ่อนกว่าผมเสียอีก หันมามองเด็กหญิงด้วยความตกใจ

 

คนหนึ่งรูปร่างสูง ผอม ผิวหนังใต้เสื้อกล้ามโย้ยับยู่สกปรก ในมือกำถุงใส่พวกเครื่องเขียนราคาแพงชิ้นเล็กชิ้นน้อยเอาไว้ ของพวกนี้ หากนำกลับไปขายซ้ำ ให้ปนกับของใหม่ในร้านชำคงได้ราคาไม่เลวเลย เพราะเป็นของคุณภาพดีไม่น้อย

อีกคนหนักกว่า ท่าทางเคยฉลาดมาก่อน หากตาลึกโหล ผิวขาวซีดในเสื้อยืดหลวมโพรกน่ากลัว ในมือไม่ได้ถืออะไรนอกจากไขควงด้ามเล็ก ที่กำลังไขฝาเครื่องคอมพิวเตอร์ประจำห้อง

เพชรผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ หรือเบญผู้ทำนายดวงชะตาไม่ต้องบอก ผมก็เดาได้ว่า ตัวเครื่องข้างในได้ไปอวดโฉมเป็นของใหม่เร็วๆ นี้ แน่นอน หากไม่มีใครมาเห็นเข้า

 

กรี๊ดดดดดด สาวน้อยกรีดร้องเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ ก่อนที่พวกโจรจะทันขยับตัวทำอะไร

นั่นส่งผลกับการกระทำของพวกมันมากทีเดียว

 

หุบปากสิวะ ไอ้หน้าเสี้ยมขาวตะคอก แม้จะไม่มีคน แต่หากเด็กหญิงยังกรีดร้องต่อไป อาจจะมีภารโรงที่คอยทำความสะอาดได้ยิน

ช้า จริงเลย มืงนี่ ร่างคล้ำในเสื้อกล้ามไวกว่า มันถ่มบุหรี่กลิ่นฉุนเฉียวทิ้ง ก้าวสองสามก้าวก็ถึงตัวร่างเล็ก มือหยาบสากปิดปากนั้นไว้แน่น

การทำแบบนี้ ทำให้ร่างโปร่งต้องคืบชิดเข้าไปกับอกสกปรก ยิ่งรังเกียจดิ้นรนทุบตี เจ้าหัวขโมยที่ตาลอยๆ ก็ทำท่ารำคาญ โดยเฉพาะเมื่อคอบางบิด หลุดจากมือ เด็กสาวยิ่งกรีดร้องลั่น

แก้วหูจะแตก ก้องไปหมดแล้ว อีห่...นี่

มือข้างที่ว่างจากการปิดปากกระทุ้งหมัดรุนแรงเข้าไปที่กระบังลมของสาวน้อยอย่างจัง

ร่างนั้นพับลง กลิ่นควันบุหรี่ยังโหมคลุ้ง กำจายฉุนเฉียวไปทั่วทั้งห้อง

 

มือนั้นสั่นสะท้าน ค่อยๆลูบหน้าท้องนิ่มเนียนมือผ่านเนื้อผ้าอย่างแผ่วเบา

หลับไปแล้ว

ควัน บุหรี่สีขาวบิดร่าย ร่ำร้องราวภาพมายา ผมพยายามรวบรวมสมาธิ ยกโต๊ะเรียนขึ้น แต่น้ำหนักของโต๊ะทำให้การรวมสมาธินั้นยากยิ่ง เสียงกึงกังของโต๊ะ ก็กลับไม่มีใครใส่ใจอย่างน่าประหลาด

ดูๆ ไป อีนังนี่ก็สวยใช้ได้นี่หว่า...

รอยยิ้มเหี้ยมแสยะปรากฏขึ้นบนมุมปากของไอ้ตัวสูง ผมสีดำรกรุงรังของมันเป็นมันเมือกเยิ้ม

อยากเล่นกับตำรวจรึไงไอ้เส็ง อย่านะโว้ย

ไหนๆ ก็ไหนๆ ไม่มีใครเห็นหรอกน่า...

ไอ้ตัวผอมเงียบไปหน่อยหนึ่งแล้วว่า

เออ ก็จริง งั้นกูเล่นด้วย

 

มือหยาบสากลูบปอยผมบอบบาง สีหน้าเหี้ยม หื่นกระหาย

ผมตัดสินใจปาชอล์กไปที่มัน แต่มันไม่รู้สึกตัวเลย...

รอยชอล์กสีขาวเปรอะเส้นผมสกปรก มันค่อยๆ ปลดกระดุมกางเกงยีนส์

ทำไมมันสองคนถึงไม่ได้รู้สึกถึงการมีตัวตนของผมเลย ในเมื่อสิ่งอื่นยังอยู่อย่างชัดแจ้งขนาดนี้

มืออันชั่วช้ากระชากเสื้อยืดตัวนิ่มสุดแรง เสียงขาดเสียดหู

 

พรึ่บ

ไฟฟ้าดับลงกะทันหัน คราวนี้มันร้องออกมาอย่างหงุดหงิด

มองไม่เห็นโว้ย

 

เสียงฉาด ดังหนักแน่นในความมืด ตามด้วยเสียงร้องอย่างโกรธเกรี้ยว

หนอย อีห่า เสือกตบหน้ากู

ด้วยความอยากรู้ ผมถลาไปเปิดสวิตช์ไฟ

ร่างบางระหงตอนนี้ฟื้นแล้ว นั่งหลังตรง แววตาเรืองโรจน์ด้วยความโกรธ

...อุปาทานหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่อากาศในห้องเย็นลงนิดหนึ่ง

 

ดวงตาของร่างที่ผมไม่รู้จักอัดแน่นไปด้วยอารมณ์ เสื้อยืดขาดห้อยรุ่งริ่งเผยรอยช้ำที่ชายโครง

มันดูหนักหนากว่าที่ควรเป็น

ชอบทำกับแม่อย่างนี้รึ เสียงเล็กๆ นั้นถาม เยาะ

 

ชาย สองคนอ้าปากค้าง ด้วยไม่นึกว่าเหยื่อที่เมื่อครู่ยังคอพับ อ่อนอย่างลูกไก่ จะมีปัญญาฟื้นขึ้นมาต่อยเขา แล้วลอยหน้าทำเสียงเย็นได้เช่นนี้

แต่ผมจำเสียงนั้นได้ดีกว่านั้น

ขาบางตวัดขึ้นใส่ร่างที่คร่อมอยู่ ทำเอาร่างสูงยาวร้องโอ้ก ลงไม่กลิ้งกับพื้น หน้าเขียวซีดด้วยความเจ็บปวด

ร่างเล็กตระหง่านง้ำได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

ควันบุหรี่ยังระริกร่ายรำราวกับเปลวธูปในศาลเจ้า เย้ายั่ว

ห้องเย็นลงอีก ความชื้นเริ่มเข้ามา กลิ่นอับเขียวฟุ้งเหมือนกลิ่นซากตะไคร่ กลบกลิ่นควันบุหรี่ไปสิ้น

จะกี่ปี สันดานของพวกมีหางข้างหน้า จะต่างกันได้สักกี่น้ำ

ดวง ตาวาวโรจน์มองเหยียดลงไปหาไอ้โรคจิต ผมเห็นไอ้ผอมพยายามยกเท้าขึ้นจากพื้น ตัวสั่นจนริมฝีปากซีดขาว อ้าปากพะงาบ แต่ไม่มีเสียงหลุดออกมา

น้ำตาน้ำมูกมันกลิ้งลงจากแก้มด้วยความหวาดกลัว ฝ่าเท้ายังติดแน่นเหนียวราวกับมือที่มองไม่เห็นมาจับยึด

สารเล... พูดได้เท่านั้น ร่างบางก็เซถลาถอยหลัง รอยช้ำเป็นจ้ำเขียวบวมเป่งขึ้นที่แก้มนวลราวกับถูกตบ

เจ้า ตัวสูงตอนนี้ก็คงหายเจ็บแล้ว แต่ยังลุกจากพื้นไม่ได้ มือของมันถูกบังคับให้กำข้อเท้าไว้แน่น ใบหน้าของมันแหงานเงยขึ้น ดวงตากลอกกลิ้งด้วยความทรมานและหวาดกลัว

 

กี่ครั้งกี่ที เคยไหมที่จะเสียหาย

ริมฝีปากปริ เลือดซึมไหลออกมา แขนข้างหนึ่งตวัดเหวี่ยงไปด้านหลัง รอยเขียวอีกจ้ำปรากฏเด่น

กี่คน ผู้หญิงกี่คนที่โดนกระทำ กี่ครั้ง กี่ครั้งกัน ที่ผู้หญิงคนนั้นจะกลับไปใช้ชีวิตที่มีความสุขได้

เสียงเด็กสาวถอนสะอื้น สั่นโหย

ผมได้ยินอีกเสียงจากภายในแล้ว... เสียงของอร

อรกำลังอยู่ในตัวเด็กคนนี้

กลิ่นตะไคร่อับฉุนกระจายไปทั่วทั้งห้อง ถ้าคาดไม่ผิด นั่นคือกลิ่นของสถานที่ที่อรต้องตาย

 

ไม่เคยเลยที่จะคิดอะไร ไม่มีเลยที่จะเห็นใจใคร ชีวิตคนทั้งคน

เข่า สองข้างราวกับเกินจะรับได้ ความเย็นเยียบคืบเข้ามาอีก ลมร้อนข้างนอกหวีดหวิว พยายามจะเข้ามา ราวกับจะตัดเอาโลกทั้งใบออกไปจากห้องนี้

 

เวลานี้มาถึงแล้ว... เสียงของเด็กสาวว่า คุกเข่าลง

มือเรียว เล็บเจียนบางแต่งสีตามฉบับสาวรุ่นจับหมับเข้าที่คอยาวของร่างสูง ออกแรงเคล้น

ใครจะเห็นใจชีวิตแก้บ้าง หา ไอ้ชั่ว

ดวง ตาของไอ้เส็ง เด็กหนุ่มร่างสูงผอมเหลือกลาน ใบหน้าซีดไม่มีสี แสงสว่างในห้องสลัวรางลงอย่างรวดเร็ว กระพริบกระเพื่อมราวกับอยู่ใต้น้ำ กลายเป็นสีเขียวมัวๆ ไปทั้งห้อง

ผมเพ่งสมาธิ จ้องไปที่ร่างของเด็กสาว

จะเอายังไงดี ฮิๆ ยังไงดี

ดวงหน้าของอรที่แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวปนเขียวซีดหัวเราะมาจากข้างใน

เอาให้ตายแล้วไปทิ้งน้ำดีไหม ไปอยู่เป็นเพื่อนเราดีไหม ฮิ... ฮิๆ

 

คนที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ได้ มีอยู่ไม่กี่คน

ผมวิ่งไปที่บุหรี่อันนั้น ตัวบุหรี่ควรจะดับไปนานแล้ว หากควันสีเทาเข้มกว่าปกติยังระริกเริงร่า วนเวียนอยู่ไม่หายไป

รวบรวมสมาธิเต็มที่ ผมใช้ปลายเท้าบดขยี้บุหรี่มวนนั้นเต็มแรง

เสียงร้องหวนโหยดังแผ่วๆ มาจากข้างใน

กูยังอยู่ทุกที่ เสียงแน่นหนัก สาปแช่ง พ่นพรูออกจากควันระลอกสุดท้ายของบุหรี่ แล้วกระจายหายลับไปในสายลม

 

แต่อรก็ยังไม่คลายอาการ

ชอล์กและของเล็กๆ เริ่มลอยขึ้น กระเพื่อมเหมือนอยู่ในผิวน้ำ โต๊ะ โยกเยกแล้วลอยตามขึ้นไป

เส้นผมของเด็กสาวยืดยาวขึ้น ลอยพลิ้วระริกกับพื้นน้ำราวกับสาหร่าย

ฮิๆ ตาย ตายมันให้หมด

 

ร่าง กายผมค่อยๆ ลอยจากพื้น คงเป็นเพราะแรงนี้เกิดจากจิตที่แข็งแกร่ง ทำให้แม้แต่ร่างของผมก็ถูกควบคุม สิ่งที่ใช้แทนอากาศในตัวผม จิตภาวนา ถูกลิดรอนออกไปช้าๆ

ผู้ชาย ตายหมดโลกไปได้ก็ดี

 

ความเจ็บของอร รุนแรงเหลือเกิน แม้จะมีร่างเนื้อคอยคุ้มกัน มีความมัวเมาทำให้ไม่มั่นคง แต่พลังที่แผ่ออกมามีอะนาจสะทกสะเทือนไปทั้งห้อง

ถ้าหมดพลังภาวนา วิญญาณของผมคงดับสูญ

... แต่มันไม่เหมือนอากาศตรงที่ใช้ทำอย่างอื่นได้ด้วยนี่นา

 

ฟังเราก่อน อร

แสงสว่างวาบ ข้าวของหล่นระเนระนาด ร่างเด็กชายสิบสี่สิบห้าสองคนล้มแปะลง กระเสือกกระสนคลานกับพื้น

ทั้งหมดนี่เป็นแผนของนายพลไตร

 

ด้วยความมีปัญญา แม้จะถูกครอบงำ ความคิดของอรก็ยังฉับพลันรวดเร็ว

ไม่จริง เสียงนั้นเกรี้ยวกราดผิดไปจากอรที่ผมรู้จัก

นายพลไตรตายไปแล้ว เพชรบอกเราเมื่อคืนนี้

ผมพยายามตอบ ไม่รู้  แต่เพราะบุหรี่นี่ ทำให้ไอ้บ้าพวกนี้ขาดสติ ในที่สุดผมก็เดาได้ ว่าทำไมฤทธิ์ของบุหรี่มันถึงรุนแรงนัก

เราได้ยินเสียงนายพลไตรจากบุหรี่ผสมกัญชามวนนี้

ผิดหวัง อรในร่างเด็กสาวตวาด ที่แท้ก็ปั้นน้ำเป็นตัวด้วยกันทั้งนั้น จักปกป้องไอ้สองตัวนี้ล่ะสิ สันดานผู้ชาย

ร่างนั้นหลับตาทำสมาธิ รอยยิ้มแบบนางผีร้ายผุดพราย

โชคดีเหลือเกินที่อรยืมร่างของคนอื่น ผมไม่อยากเห็นริมฝีปากของอรบิดเป็นรอยยิ้มแบบนั้นเลย

ตายไปด้วยกันทั้งสามก็แล้วกัน

 

ผมเจ็บ สมาธิทำให้ผมสามารถเข้าถึงจิตใจของอรและรับรู้ถึงความเจ็บปวด แต่ความเจ็บนั้น เทียบไม่ได้กับการที่เห็นคนที่ให้ความอ่อนโยนกับผมเสมอมาเปลี่ยนแปลงไปเช่น นี้เลย

ผมไม่คิดถึงน้ำใจอรแล้ว ไม่คิดถึงอะไรทั้งนั้น

ผมเห็นแก่ตัวเหลือเกิน ผมอยากได้อรคนเดิมกลับคืนมา

อรผู้ที่แม้จะโศกเศร้า แต่ก็มีรอยยิ้มที่จับดวงใจ

 

รอยยิ้มที่ทำให้คนทั้งโลกมอบหัวใจให้ได้ แน่นอน... รวมทั้งผมด้วย

เอาราชินีแห่งโลกวิญญาณของผมคืนมา

...เอาหัวใจของผมคืนมา

 

 

เท้าของผมลอยขึ้นเหนือพื้นอีกครั้งด้วยอำนาจของร่างบอบบางที่ซ้อนทับอยู่ในร่างเบื้องหน้า

ผมถีบโต๊ะตัวที่ใกล้ที่สุด ปล่อยร่างตามสบาย พุ่งตรงไปที่ร่างที่กางแขนเหมือนร่ายอาคมอยู่ทันที

 

ความรู้สึกเป็นเมือกลื่นเหมือนสายน้ำสกปรกพัดผ่านใบหน้า จมูกของผมได้กลิ่นฉุนเฉียวของตะไคร่และบางอย่างที่กำลังบูดเน่า

หากมันก็เป็นเพียงเครื่องปรุงแต่งของวิญญาณที่ไม่น่าใส่ใจ

เมื่อไม่ได้ตั้งสมาธิมากนัก ร่างเนื้อเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำก็ผงะไปเพียงเล็กน้อย หากร่างเล็กกว่าที่อยู่ภายในก็กระเด็นกลิ้งออกมาจากอีกร่างที่พับลงไปกับพื้นเหมือนตุ๊กตา

พอที พอที พอที

ผม ตะโกน อกข้างซ้ายอุ่น แต่ร่างในอ้อมแขนของผมเย็นชืด ราวกับกอดซากศพ ผมพยายามเบียดร่างนั้นให้แนบชิดกับหน้าอกอุ่น เพื่อให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง

พอที พอที พอที

เสียงตะโกนของผมมี เสียงสั่นเครือเจือปน ผมกลัว เบญทำนายว่าดวงวิญญาณดวงหนึ่งจะจากไปตลอดกาล ขอให้ไม่ใช่วิญญาณเด็กสาวตนนี้ ตนที่เป็นที่ยอมรับ วิญญาณที่เยือกเย็นและเป็นที่พึ่งพิงทางใจของทุกคนตลอดมา

พอที ได้โปรดเถอะ พอที

พอที...

เสียงเล็กใสที่คุ้นเคย แม้จะระโหยไปบ้างดังขึ้น ผมกอดแน่นขึ้น

อร อร เป็นยังไงบ้าง

 

ปล่อยที เราเจ็บ

เสียงของอรคราวนี้สดใสขึ้น แม้มือที่ยันอกผม ถดตัวออกห่างจะยังซีดจาง

คนแบบยอดนี่ก็ยังมีเหมือนกัน เราไม่ควรลืมไปเลย

ร่างนั้นลุกขึ้น อากาศในห้องแจ่มใส

 

ผมเห็นปาฏิหาริย์ที่สวยงามที่สุดในชีวิตปรากฏขึ้น

 

แสง สีทองอร่ามตาเรืองเจิดจ้า โต๊ะเก้าอี้ที่กระแทกพื้น แตกระเนระนาดหมุนคว้างกลับสู่สภาพเดิมได้อย่างน่าอัศจรรย์ กลิ่นทั้งบุหรี่ และตะไคร่อับจางหายไป กลิ่นหอมของดอกไม้ด้านล่างที่ไม่ได้บานมานับปีอวลตลบไปทั้งตึก

ร่างของเด็กสาวที่นอนอยู่ก็กลับคืนเช่นกัน รอยแผลหรือรอยฉีกขาดของเสื้อผ้าสมานกลับคืน

 

หากมันไม่หยุดอยู่แค่นั้น

ด้าย สีทองนับหมื่นเส้นพุ่งปราดจากปลายเท้าของอร ถักทอไปทั่วพื้นห้อง เชื่อมโยงกับเนื้อไม้แต่ละชิ้นบนโต๊ะและเก้าอี้ กรอบประตูและผนัง ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

 

แล้วปาฏิหาริย์ที่สวยงามกว่านั้นก็เกิดขึ้น

อรยืนอยู่ ยิ้มให้ผม ท่ามกลางแสงจัดจ้าของยามกลางวันที่สอดเข้ามาในห้อง

 

เมื่อกลับไปย้อนคิดถึงอดีต มันเหลวไหล ไร้สาระจริงๆ เลย แม้เราจะเป็นเหยื่อ แต่จักให้แค้นทุกคนในโลกเป็นสิบเป็นร้อยปี

อรพูดกลั้วหัวเราะ

เราตัดมันขาดจนได้แล้ว

 

แต่นายพลยังอยู่ ผมพูดแย้ง

ใช่ อรตอบ ตอนนี้มันก็ยังแฝงตัวอยู่ในสิ่งที่มันใช้ควบคุมจิตใจคนได้ สิ่งที่มีพลังอำนาจของตัวมันเองด้วยวิทยาการที่ต่ำช้า มันกำลังฟูมฟักพลังจากการกลืนกินผู้คนที่ติดอยู่ในบ่วงของสิ่งเหล่านั้น

มืองามได้รูปทอดชี้ไปยังร่างเด็กหนุ่มที่กำลังสลบไสล

เด็กพวกนี้ ถึงจะชั่ว แต่พวกเขาก็เป็นเหยื่อที่น่าเวทนาเหมือนกัน

หากอรก็ยังยิ้ม เยือกเย็นแต่เจิดจ้า

แต่เราก็มีวิญญาณเหล่านี้ ที่จะคอยปกป้องดูแลคนใน อาณาจักร ของพวกเรา

ร่างวิญญาณทั้งสี่ลอยมาหา

เจ๊อรๆ เมื่อกี้มีอะไรง่ะ จะเข้ามาแล้วเบญห้าม บอกว่ามีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นข้างใน ไม่ต้องเป็นห่วง

...หวังว่าคงไม่มีใครเห็นหน้าของผมแดงนะ เมื่อควบคุมสมาธิได้ขนาดนี้

 

แล้วเบญล่ะ จะตัดอดีตได้ยังไง สะรุดถาม เสียงเรียบเฉย

คิดว่าจะไม่ถามซะแล้ว เบญขว้างค้อน

ไม่ต้องตัดก็ได้นี่ เสียงอ้าวดังพร้อมเพรียงกันทั่วทั้งวง

พลัง น้อยหน่อย มีเรื่องคิดมากหน่อยจะเป็นไรไป เวลามีปัญหาใครมารุกรานก็ปรึกษาท่านนี้ ดวงหน้าพยักให้อรด้วยความชื่นชม ส่วนปัญหาหัวใจก็ไม่มีใหญ่เลย เพราะอยู่กับคนนี้ ดวงหน้าซุกไหล่แข็งแรงราวกับเป็นลูกแมว

 

คนที่รอได้เป็นผู้แทน ดีๆ เพชรพยักหน้าหงึกๆ จากวงนอก

 

งั้นก็โชคดีที่คำทำนายไม่จริงนะ ผมพึมพำออกมาด้วยความโล่งใจ

อรกับเบญเงยหน้าขึ้นสบตากันครู่หนึ่ง

ทั้งคู่ยิ้มหวาน เริงรื่น

ฉลองกันเถอะ เอาให้เต็มที่ไปเลย เบญร้องอย่างเริงร่า ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่หาได้ยากในหน้าฝน

Comment

Comment:

Tweet