๑๔

ลบ

 

วันนี้วันเสาร์ ห้องเรียนว่างเปล่า นักเรียนสองสามคนนั่งคุยกันในชุดลำลอง มองเห็นห่างๆ ออกไป

แสง ตะวันส่องลงมาสลัวๆ บนลานม้านั่งหินอ่อนที่เคยมีการต่อสู้ นั้นโล่งเตียนและว่างเปล่าเสมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เก้าอี้ยังตั้งอยู่อย่างมั่นคง เรียบง่ายเหมือนที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แม้แต่ก่อนกลายเป็นวิญญาณ

เหมือนกับการต่อสู้ที่โหดร้ายเมื่อคืน อาการคุ้มคลั่งของเบส การจากไปของนายพลไตร การกลับมาของสะรุด ทุกอย่างเป็นเพียงความฝันชั่วคืน

 

อันที่จริง การที่ผมได้หยุดนิ่งอยู่กับเวลาที่นี่ ก็เหมือนเป็นความฝันชั่วข้ามคืนเช่นกัน

 

เมฆยังครึ้มตามประสาฤดูฝน เห็นเป็นปุยสีม่วงปนเทาแผ่ไปจนสุดขอบฟ้า ทำให้ผมยังมองเห็นตัวเองได้โดยไม่ทำสมาธิ แม้จะสายมากแล้วก็ตาม

ทุก คนยังพักผ่อนจากเหตุการณ์เมื่อคืน ที่ต้องใช้พลังสมาธิและภาวนามากมาย ต่างคนต่างตัดเยื่อใยจากอดีตที่ผูกพันตัวอยู่ได้ จะเลือกไปสุคติภพ หรืออย่างไรก็ได้ทั้งนั้น

เป็นวิญญาณที่ทรงพลัง มีอำนาจและอิสระขึ้นหลายเท่าตัว

ผมยังไม่มีอิสระถึงขั้นนั้น

วิญญาณของผมยังเป็นวิญญาณคนบาป ไม่มีทางเลือกใดนอกจากคอยทยอยชดใช้กรรมที่ตนเป็นคนก่อ

ผมได้ยินเสียงถอนหายใจ มันเป็นของผมเอง

 

วันนี้ไม่อยู่ที่ห้องเรียนรึ

อรยืนพิงอยู่ที่หัวบันได ยิ้มให้ผมเหมือนอย่างเคย สีหน้ามีร่องรอยแจ่มใสขึ้น

ก็ มาคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ผมตอบ

ร่างเล็กบางเดินก้าวมาตามขั้นบันได สวนกับร่างแท้ของเด็กนักเรียนหญิงที่วันนี้ปล่อยผมสยาย ร่าเริง สดใส อรหันกลับไปมอง

จักให้นับเวลากันจริงๆ แล้ว เราคงเป็นย่าเป็นยายของเด็กคนนี้แล้วล่ะ ร่างงามทอดใจ

อาจจะเป็นยายทวดด้วยซ้ำไป

 

อรยังสวยนี่ครับ สวยปิ๊งเหมือนยังสิบห้าสิบหก ผมแซว อยากจะทำให้หญิงผู้เคยเป็นประมุขของตึกเรียนแห่งนี้อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง

สวย... หรืออะไรก็ตาม ก็เป็นรูปกายภายนอก เมื่อคืนมีเรื่องให้เราคิดมากมาย จิตใจของเราคงชราลงไปทุกวันแล้ว

ความเศร้าที่ปรากฏบนใบหน้าอรดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน

 

ชั้น เรียนมักไม่ได้ล็อกประตู แต่ให้นักเรียนเก็บของมีค่าไว้กับตัว ทั้งนี้เพราะมีนโยบายให้นักเรียนใช้ห้องเป็นที่ติวหนังสือกันในยามสุด สัปดาห์ หากเป็นเวลาใกล้สอบนักเรียนจะอยู่กันเนืองแน่น แต่วันกลางภาคเรียนอย่างวันนี้ อาคารเรียนภายในก็ว่างเปล่าเช่นเดียวกับลานม้าหินด้านหน้า

 

เสียงกุกกักดังขึ้นจากชั้นสอง

สะรุด มีอะไรเกิดขึ้นรึ อรเรียก

ร่างล่ำสันสูงใหญ่ปรากฏกายขึ้นเงียบๆ ไม่หวือหวา แม้จะมีอิทธิฤทธิ์มากมายแล้วก็ตามที

คุณอร ตอนนี้ข้างบนมีคนข้างนอกเข้าไปค้นข้าวของอยู่ข้างบน

 

คางน้อยๆ พยักเบา งั้นก็คงนอกเหนือขอบเขตของเราละมัง เพราะเราติดต่อกับคนไม่ได้

สะรุดเอามือลูบคาง คิด จักทำผีหลอกก็ไม่สำเร็จ เพราะกลางวันแสกๆ ใครเขาจักเชื่อ

ก็คงต้องปล่อยไปตามกรรมของนักเรียนแต่ละคน...

แต่เดี๋ยวก่อน

 

มีนักเรียนหญิงเพิ่งขึ้นไป ผมร้องอย่างนึกออก แล้วก็ถีบตัว ลอยขึ้นไปข้างบนทันที แต่หันกลับมามองทั้งคู่จากด้านบน

เฮ้ย ขึ้นไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีนั่นละน่า...

สะรุดพึมพำ

หากร่างงามของอรสั่นเทิ้ม มือสั่นระริกกำแน่น

ฉันสังหรณ์ว่าฉันต้องไป

ว่าแล้วก็ลอยช้าๆ ตามขึ้นมาเช่นกัน

สะรุดมองขึ้นไปนิ่ง

เบญบอกว่าทำนายถูกครึ่งเดียวเป็นครั้งที่สอง เพราะเรารอดกลับมาได้ จะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไหมหนอ

 

คำทำนายนั้น บอกว่า หากนายพลไตรทำศึกใหญ่ จะต้องมีวิญญาณดวงหนึ่งถูกพรากออกไป

จะทำนายผิดหรือเปล่าหนอ...

 

จากการลังเลอยู่ชั่วครู่ ผมเดินลัดเลาะไปตามห้องเรียน ชะโงกหน้ามองห้องที่ถูกปิดไฟมืด

เสียงกุกกักเบาๆ คงดึงดูดความสนใจเด็กสาวเช่นกันเพราะเธอเดินออกมาจากห้องเรียนห้องหนึ่ง

 

ผมรวบรวมสมาธิ เคาะกำแพงระเบียงเต็มแรง หากก็ยังไม่ทำให้เด็กสาวละความอยากรู้แต่อย่างใด

หากวิ่งออกไปหาของที่เรียกร้องความสนใจได้ เธอก็คงจะไปถึงตัวโจรแล้ว

สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวคือตามไป

 

ความรู้สึกในตอนนี้ แม้จะคับขัน แต่ผมก็อดนึกขำไม่ได้

ในหนังนักสืบหรือสายลับ ตัวเอกมักจะคอยติดตามคนอื่นโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว

ในขณะที่ผมคิดหัวแทบแตก ว่าจะทำอย่างไรให้อีกฝ่ายรู้ตัวเสียที

 

ในที่สุด ร่างที่แสนสดใสก็ชะโงกรีรออยู่ตรงประตูห้องสุดระเบียง เสียงกรอบแกรบเสียงไม่เบานักลอยออกมา

อย่า ผมพูด แต่แน่นอน เธอไม่ได้ยิน

เป็นครั้งแรกในรอบหลายคืน ที่อยากกลับมามีตัวตนจับใจ

รองเท้าผ้าใบสีสดก้าวเข้าไปในห้อง กดสวิตช์ไฟ

 

คน สองคนหันมามองทันควัน ควันบุหรี่สายหนึ่งพลุ่งฉุนเฉียวเป็นสายไปยังเพดาน กลิ่นแรงผิดจากบุหรี่ธรรมดาที่เคยได้กลิ่นในห้องน้ำโรงเรียน เด็กชายวัยรุ่นสองคน ท่าทางจะอ่อนกว่าผมเสียอีก หันมามองเด็กหญิงด้วยความตกใจ

 

คนหนึ่งรูปร่างสูง ผอม ผิวหนังใต้เสื้อกล้ามโย้ยับยู่สกปรก ในมือกำถุงใส่พวกเครื่องเขียนราคาแพงชิ้นเล็กชิ้นน้อยเอาไว้ ของพวกนี้ หากนำกลับไปขายซ้ำ ให้ปนกับของใหม่ในร้านชำคงได้ราคาไม่เลวเลย เพราะเป็นของคุณภาพดีไม่น้อย

อีกคนหนักกว่า ท่าทางเคยฉลาดมาก่อน หากตาลึกโหล ผิวขาวซีดในเสื้อยืดหลวมโพรกน่ากลัว ในมือไม่ได้ถืออะไรนอกจากไขควงด้ามเล็ก ที่กำลังไขฝาเครื่องคอมพิวเตอร์ประจำห้อง

เพชรผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ หรือเบญผู้ทำนายดวงชะตาไม่ต้องบอก ผมก็เดาได้ว่า ตัวเครื่องข้างในได้ไปอวดโฉมเป็นของใหม่เร็วๆ นี้ แน่นอน หากไม่มีใครมาเห็นเข้า

 

กรี๊ดดดดดด สาวน้อยกรีดร้องเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ ก่อนที่พวกโจรจะทันขยับตัวทำอะไร

นั่นส่งผลกับการกระทำของพวกมันมากทีเดียว

 

หุบปากสิวะ ไอ้หน้าเสี้ยมขาวตะคอก แม้จะไม่มีคน แต่หากเด็กหญิงยังกรีดร้องต่อไป อาจจะมีภารโรงที่คอยทำความสะอาดได้ยิน

ช้า จริงเลย มืงนี่ ร่างคล้ำในเสื้อกล้ามไวกว่า มันถ่มบุหรี่กลิ่นฉุนเฉียวทิ้ง ก้าวสองสามก้าวก็ถึงตัวร่างเล็ก มือหยาบสากปิดปากนั้นไว้แน่น

การทำแบบนี้ ทำให้ร่างโปร่งต้องคืบชิดเข้าไปกับอกสกปรก ยิ่งรังเกียจดิ้นรนทุบตี เจ้าหัวขโมยที่ตาลอยๆ ก็ทำท่ารำคาญ โดยเฉพาะเมื่อคอบางบิด หลุดจากมือ เด็กสาวยิ่งกรีดร้องลั่น

แก้วหูจะแตก ก้องไปหมดแล้ว อีห่...นี่